ชี้ "โอไมครอน" ใกล้จุดพีค! เท่า "เดลต้า" ตอกย้ำแค่วัคซีนไม่พอ ยังต้องป้องกันตัวเองสูงสุด
นักไวรัสวิทยาเผยสถิติ ติดเชื้อโอไมครอนตอนนี้ใกล้ถึงจุดระบาดหนักเทียบเดลต้า แต่แตกต่างชัดที่ตัวเลขคนตายยังไกลกันลิบลับ ระบุติดเชื้อใหม่ที่เพิ่มขึ้นเท่ากับวัคซีนที่ฉีดกันยังเอาไม่อยู่ ยังติดเชื้อกันได้ แต่ลดความรุนแรงลง ย้ำยังต้องมีหลายตัวช่วยในการป้องกัน ทั้งใส่หน้ากาก ล้างมือ ตรวจ ATK ให้ไวเพื่อแยกตัวเองออก อยู่ในที่ระบายอากาศดี เตือนหากปล่อยให้ติดเชื้อพุ่งนานๆ เสี่ยงทั้งเชื้อกลายพันธุ์ ทั้งป่วยหนักจะพุ่งขึ้น
เมื่อวันที่ 20 ก.พ.65 ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ(ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุ "ตามสถิติร้อยละการตรวจที่พบคนติดเชื้อสูงสุดของประเทศไทยคือวันที่ 17 สิงหาคม 2564 ซึ่งข้อมูลผู้ติดเชื้อคือ 20,128 ราย โดยช่วงนั้นข้อมูลของ ATK ยังไม่ได้มีการใช้อย่างแพร่หลาย ตัวเลขการติดเชื้อโอมิครอนตอนนี้กำลังใกล้จุดสูงสุดของเดลต้า แต่ตัวเลขที่แตกต่างกันค่อนข้างชัดคือ จำนวนผู้เสียชีวิตในวันนั้นที่ 239 ราย แต่ช่วงการระบาดตอนนี้ยังเหลือประมาณ 10-20% ของการระบาดช่วงเดลต้า ซึ่งบ่งชี้ว่าภูมิคุ้มกันของเราตอนนี้จากวัคซีนที่ฉีดกันสูงกว่าตอนช่วงพีคเดลต้ามาก
จำนวนเคสที่สูงขึ้นแสดงว่าภูมิคงจะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้โดยเฉพาะโอมิครอน แต่อาการหนักและรุนแรงภูมิจากวัคซีนทำหน้าที่ได้ดีมากอยู่ เมื่อการป้องกันการติดเชื้อไม่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน เครื่องมืออื่นๆ เช่น หน้ากากอนามัย สบู่ แอลกอฮอล์ การตรวจ ATK ที่ไวและเริ่มแยกตัวเองออก ตลอดจนการระบายอากาศที่ดี คงจะต้องเป็นตัวหลักที่จะกดตัวเลขตัวนี้ลงครับ...
การปล่อยให้ตัวเลขการติดเชื้ออยู่ในระดับสูงนานๆ มีความเสี่ยงทั้งจากการเปลี่ยนแปลงของเชื้อที่อาจเกิดขึ้น และจำนวนผู้ป่วยหนักและเสียชีวิตที่อาจสูงขึ้นตามครับ
การตัดสินใจที่จะ move on กับไวรัส คือ การรู้วิธีการตั้งรับที่ดี ตัดตอนป้องกันไม่ให้ศัตรูเก่งขึ้น ดีกว่าการพึ่งพาภูมิคุ้มกันจากวัคซีนอย่างเดียวที่ไวรัสพยายามหนีอยู่ตลอดเวลา และไวรัสมักจะชนะได้ไม่ยาก"