ยอดตายโควิด 49 รายพบไม่ฉีดวัคซีนถึง 23 วอนปชช.ฉีดวัคซีนลดความรุนแรง
โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มโรคเรื้อรัง คิดเป็น 93% อีก 4%ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง เด็กอีก 2% ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อสูงสุด ส่วนใหญ่ติดจากคนรู้จัก คนในครอบครัว อาศัยในพื้นที่ร่วมกัน จึงขอให้ออกมาฉีดวัคซีนเพื่อลดความรุนแรง ส่วนผู้ป่วยอาการหนักปอดอักเสบ 1,595 ราย และมีอาการโคม่าต้องใส่เครื่องช่วยหายใจจำนวน 382 รายขณะที่วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6,595 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในปท.6,428 ราย มาจากต่างประเทศ 10 ราย โดยกทม.ยังพบติดเชื้อรายวันสูงสุด 815 ราย ตายสูงสุด 6 ราย ส่วนยอดติดเชื้อจากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 553 ราย รักษาหาย 7,882 ราย ยังรักษาอยู่ 85,768 ราย
วันที่ 22 พ.ย.2564 ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า โดยล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 6,428 ราย โดยเป็นการติดเชื้อในประเทศ 6,418 ราย (แยกเป็นจากระบบเฝ้าระวังและบริการสุขภาพ 5,732 ราย จากการตรวจคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 133 ราย จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 553 ราย) และเดินทางมาจากต่างประเทศอีก 10 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ปี 63 รวม 2,071,009 ราย อย่างไรก็ตามหากรวมยอดผู้ป่วยจากการตรวจ ATK จำนวน 1,507 ราย ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่จะมีถึง 7,935 ราย
วันนี้มีผู้เสียชีวิตอีก 49 ราย ทำให้ยอดเสียชีวิตขยับไปที่ 20,436 ราย หายป่วยอีก 7,882 ราย รวมยอดรักษาหาย 1,964,805 ราย ยังรักษาอยู่จำนวน 85,768 ราย เป็นการรักษาอยู่ในรพ.40,352 ราย ในรพ.สนาม/HI-CI 45,416 ราย ทั้งนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 1,595 ราย มีผู้ป่วยหนักนี้ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจถึง 382 ราย
สำหรับรายละเอียดผู้เสียชีวิต จำนวน 49 ราย เป็นเพศชาย 29 ราย เพศหญิง 20 ราย อายุ 14-95 ปี อยู่ในพื้นที่ กทม.มากที่สุด 6 ราย โดยในภาคใต้เสียชีวิตรวมยังสูงสุดถึง 14 ราย โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความรุนแรงของโรคและเสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และมีโรคประจำตัว เป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคไต โรคอ้วน ติดเตียง ซึ่งเป็นโรคประจำตัวที่เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้น โดยในจำนวนนี้ เป็นการติดเชื้อในพื้นที่ 48 ราย อาศัยในพื้นที่เสี่ยง 22 ราย และเป็นการติดจากคนในครอบครัว 3 ราย และคนอื่นๆ เพื่อน เพื่อนร่วมงาน คนรู้จัก 23 ราย โดยในจำนวนผู้เสียชีวิตทั้ง 49 รายนั้น พบเป็นเด็ก อายุ 14 ปี 1 รายยังไม่ได้ฉีดวัคซีนอีกด้วย