หมอสะกิดปีใหม่ฉลองอร่อยเกินลิมิต เสี่ยง!โรคอ้วน-แทรกซ้อน
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ จะมีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ รวมทั้งท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ประกอบกับปัจจุบันพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่มีประโยชน์ อาหารที่ให้พลังงานสูง อาหารแปรรูปหรืออาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม เป็นรสชาติที่คนไทย ชอบรับประทานมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น หากบริโภคเกินความต้องการของร่างกายประกอบกับขาดการออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายน้อย จะส่งผลทำให้ระบบเผาพลาญอาหารผิดปกติ เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคอ้วนและโรคอ้วนลงพุง คือ ภาวะที่มีไขมันสะสมในร่างกายจำนวนมากโดยเฉพาะบริเวณช่องท้องทำให้เห็นพุงยื่นออกมาชัดเจน ส่งผลให้รูปร่างดูไม่ดี หอบ หรือเหนื่อยง่ายกว่าคนปกติ อาจมีผลกระทบต่อกิจกรรมในชีวิตประจำวันต่างๆ ดังนั้น ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งหากละเลยการดูแลตนเองอาจส่งผลทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนร้ายแรงอื่นๆ ตามมา เช่น โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมอง
นพ.เอนก กนกศิลป์ ผอ.สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่มีภาวะอ้วนหรืออ้วนลงพุง รักษาและป้องกันได้ด้วยการควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยวิธีจำกัดปริมาณอาหารเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคนี้ โดยเทคนิคหรือหลักการเลือกรับประทานอาหารตามสัดส่วนแบบง่ายๆ คือ ลดปริมาณข้าวหรือแป้งให้น้อยลง เพิ่มรับประทานผักและผลไม้ที่หวานน้อย เลือกเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น เนื้อปลา เนื้อวัวหรือหมูไม่ติดมัน เนื้อไก่ไม่ติดหนัง หรือเต้าหู้ หลีกเลี่ยงน้ำหวาน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอาหารที่ให้พลังงานสูง เช่น แกงกะทิ ขนมหวานต่างๆ ของทอด และอาหารฟาสต์ฟู้ด เป็นต้น เปลี่ยนวิธีปรุงอาหารด้วยการต้ม นิ่ง ย่าง หรือสูตร 2 : 1 : 1 คือ ผัก : แป้ง : โปรตีน ในปริมาณอาหารหนึ่งจานควรมีผัก 50% ข้าวหรือแป้ง 25% โปรตีนหรือเนื้อสัตว์ 25%
ทั้งนี้ ไม่ควรรับประทานน้ำตาลและไขมันเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน เกลือไม่ควรเกิน 1 ช้อนชาต่อวัน นอกจากนี้ ควรเพิ่มการออกกำลังกายครั้งละ 30 นาที 5 ครั้งต่อสัปดาห์ และควรปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้จะสามารถลดพลังงานและน้ำหนักตัวลงได้