“สธ.”ย้ำสงกรานต์ไทยห่างไกลโควิด ไม่รดน้ำกอดหอมผู้สูงวัย
ชวนลูกหลานอวยพรบอกรักผ่านช่องทางอื่นทั้งโทรศัพท์ ไลน์ หลังพบกลุ่มผู้สูงวัยไทยเสี่ยงสูงสุด พบเกือบ 50% ในกลุ่มผู้เสียชีวิต ขณะวัยหนุ่มสาวมีโอกาสเป็นพาหะนำเชื้อไปติด รณรงค์เว้นระยะห่างกระทั่งในบ้าน
เมื่อวันที่ 10 เม.ย.63 กระทรวงสาธารณสุข ได้แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งพญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์และวันผู้สูงอายุปีนี้ สามารถอวยพรพ่อแม่ ผู้สูงอายุและแสดงความกตัญญูทางไกล ส่วนคนที่อยู่บ้าน หรืออยู่บ้านเดียวกันไม่แนะนำให้มีการรดน้ำในครอบครัว ไม่กอดหอมผู้สูงอายุ แต่ขอให้แสดงความกตัญญูต่อผู้สูงอายุโดยอาศัยระยะห่างที่พอเหมาะในการทำกิจกรรมในครอบครัว เพราะเป็นที่ทราบดีว่าอัตราการเสียชีวิตหลังการติดโควิด-19ในผู้ที่มีอายุมาก จะสูงกว่าในคนที่อายุน้อย และจากข้อมูลผู้เสียชีวิตในประเทศไทย 20 ราย พบว่า เป็นผู้สูงอายุ 9 ราย เกือบ 50% แต่หากดูตัวเลขผู้ที่ติดเชื้อจะพบว่าเป็นคนหนุ่มสาววัยทำงานถึงกว่า 70% ซึ่งเป็นกลุ่มของลูกหลานที่มีโอกาสที่จะนำเชื้อไปติดผู้สูงอายุได้ง่าย จึงเป็นที่มาของการรณรงค์เว้นระยะห่างจากผู้สูงอายุในช่วงที่มีการระบาดของโรค
สำหรับข้อปฏิบัติตนของผู้สูงอายุในช่วงนี้ แนะนำงดออกนอกบ้าน ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ ทั้งก่อนรับประทานอาหาร หลังใช้ห้องน้ำ ไม่ใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก กินร้อนใช้ช้อนกลางส่วนตัว แยกสำรับอาหาร แยกของใช้จำเป็น ผู้สูงอายุควรเว้นระยะห่างจากบุตรหลาน และผู้อื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร และไม่กอดหอมใกล้ชิด และใช้ช่องทางอื่นๆในการติดต่อสื่อสารกับบุตรหลาน เช่น โทรศัพท์ ไลน์
ส่วนลูกหลานที่อยู่ต่างจังหวัด ไม่สะดวกที่จะเดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สามารถสื่อสารบอกรักและส่งต่อความห่วงใยกับพ่อแม่ด้วยวิธีอื่น ทั้ง โทรศัพท์ ไลน์ หากอยู่ในครอบครัวและบ้านเดียวกัน แต่ยังต้องไปทำงานนอกบ้านอยู่นั้น เมื่อกลับเข้าบ้านควรเว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร กลับถึงบ้านล้างมือให้สะอาด เปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย กรณีเป็นบุตรหลานที่ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ควรเลี่ยงออกจากบ้าน เน้นล้างมือบ่อยๆ