นักไวรัสวิทยาห่วง!หมักซากหมูในโอ่งเสี่ยง แหล่งสะสมไวรัส ASFV จำนวนมหาศาล

คุณภาพชีวิต15 ม.ค. 2565 • 02:00 น.
นักไวรัสวิทยาห่วง!หมักซากหมูในโอ่งเสี่ยง      แหล่งสะสมไวรัส ASFV จำนวนมหาศาล
เผยปัจจุบันยังมีข้อมูลไวรัสตัวนี้น้อยมาก จึงเป็นสาเหตุที่ยังไม่มียาต้านไวรัสได้ ขีี้ตรวจพบไวรัสในกุนเชียงเป็นเรื่องปกติ เเชื้อสามารถอยู่นอกเซลล์ในอุณหภูมิ 4 องศาได้นานถึง 6 ปีโดยยังติดเชื้อได้ ห่วงนำซากหมูไปฝังโอ่ง หากไม่ทำลายอย่างถูกต้อง อาจเป็นแหล่งไวรัสจำนวนมากได้ พร้อมยันไวรัสตัวนี้ไม่ติดในคนหากกินเนื้อหมูติดเชื้อ ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ(ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 15 ม.ค.65 โดยระบุ "ASFV เป็นไวรัสที่มีโครงสร้างซับซ้อนมาก ปัจจุบันยังมีข้อมูลน้อยมากว่าไวรัสตัวนี้สร้างโปรตีนอะไรออกมาได้บ้าง และโปรตีนเหล่านั้นทำหน้าที่อะไร ซึ่งทำให้การออกแบบยาต้านทำได้ลำบาก เพราะไม่ทราบว่าควรไปยับยั้งอะไรตรงไหนของวงจรชีวิตของไวรัส ประเด็นเรื่องการตรวจพบไวรัสในอาหารแปรรูปอย่างกุนเชียงที่ไต้หวันเป็นเรื่องปกติมากๆ ถ้าดูจากโครงสร้างของไวรัสที่ยากต่อการถูกทำลาย ข้อมูลที่มีการตีพิมพ์ออกมาระบุว่า ASFV สามารถอยู่ภายนอกเซลล์ เช่น ในตัวอย่างเลือดสุกรที่ติดเชื้อและแช่ในอุณหภูมิตู้เย็นช่องธรรมดาที่ 4 องศา ได้นานถึง 6 ปี โดยที่ไวรัสยังสามารถมีคุณสมบัติติดเชื้อได้อยู่" อย่างไรก็ตาม จากกรณีเกษตรกรเลี้ยงหมูได้นำซากหมูที่คาดว่าจะตายด้วยโรค AFS ไปฝังไว้ในโอ่งขนาดใหญ่ในฟาร์มตัวเองโดยระบุเพื่อไม่ให้รบกวนผู้อื่นและไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน โดยใส่กากน้ำตาลและหัวเชื้อเพื่อทำน้ำจุลินทรีย์ EM จะหมักไว้ 3 เดือน พร้อมใส่น้ำยาฆ่าเชื้อไว้ตลอดนั้น ดร.อนันต์ ได้ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า "การนำตัวอย่างสุกรติดเชื้อไปรวมกันในสถานที่ เช่น ตุ่ม หรือ โอ่ง โดยไม่มีการทำลายอย่างถูกต้อง จะเป็นแหล่งสะสมของปริมาณไวรัสจำนวนมหาศาล ถึงแม้ว่าซากสัตว์อาจจะเปื่อยเน่าไปแล้ว เชื่อว่าไวรัสยังสามารถพบได้และจำเป็นต้องทำลายก่อนมีการปนเปื้อนมากขึ้น ข้อมูลระบุว่าน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ได้ผลต่อไวรัสทั่วไป น่าจะยังใช้ได้อยู่กับ ASFV แต่อาจจะต้องให้เวลาน้ำยาสัมผัสกับพื้นที่ปนเปื้อนนานขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจ" พร้อมกับทิ้งท้าย ว่า "ไวรัส ASFV ไม่ติดคน ไม่ก่อให้เกิดโรคในคน ดังนั้น การรับประทานอาหารที่มี ASFV ไม่มีประเด็นต่อการติดเชื้อในคนครับ"