โควิดคร่า 64 พบป่วยติดเตียงถึง 3 ที่เหลืออายุเกิน 60 ปี มีโรคเรื้อรัง กทม.-เชียงใหม่ ตายสูงสุด 8 ราย

คุณภาพชีวิต26 พ.ย. 2564 • 06:58 น.
โควิดคร่า 64 พบป่วยติดเตียงถึง 3 ที่เหลืออายุเกิน 60 ปี มีโรคเรื้อรัง กทม.-เชียงใหม่ ตายสูงสุด 8 ราย
โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มโรคเรื้อรัง คิดเป็น 98% อีก 2%ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อสูงสุด ส่วนใหญ่ติดจากคนรู้จัก คนในครอบครัว อาศัยในพื้นที่ร่วมกัน จึงขอให้ออกมาฉีดวัคซีนเพื่อลดความรุนแรง เช่นเดียวกับผู้ป่วยติดเตียงที่ปัจจุบันมียอดเสียชีวิตต่อเนื่อง  วันนี้พบเสียชีวิตถึง 3 ราย ซึ่งติดเชื้อจากผู้ดูแล ที่อาจหย่อนยานมาตรการป้องกัน ส่วนผู้ป่วยอาการหนักปอดอักเสบ 1,440 ราย และมีอาการโคม่าต้องใส่เครื่องช่วยหายใจจำนวน 341 ราย ขณะที่วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6,559 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในปท.6,520 ราย มาจากต่างประเทศ 39 ราย โดยกทม.ยังพบติดเชื้อรายวันสูงสุด 609 ราย ตายสูงสุดอยู่ในพื้นที่ กทม.และเชียงใหม่จว.ละ 8 ราย  ส่วนยอดติดเชื้อจากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 752 ราย รักษาหาย 6,875 ราย ยังรักษาอยู่ 80,277 ราย  วันที่ 26 พ.ย.2564  ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า โดยล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 6,559 ราย โดยเป็นการติดเชื้อในประเทศ 6,520 ราย (แยกเป็นจากระบบเฝ้าระวังและบริการสุขภาพ 5,543 ราย จากการตรวจคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 225 ราย จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 752 ราย) และเดินทางมาจากต่างประเทศอีก 39 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ปี 63  รวม 2,094,886 ราย อย่างไรก็ตามหากรวมยอดผู้ป่วยจากการตรวจ ATK จำนวน 2,806 ราย ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่จะมีถึง 9,365 ราย วันนี้มีผู้เสียชีวิตอีก 64 ราย ทำให้ยอดเสียชีวิตขยับไปที่ 20,645 ราย หายป่วยอีก 6,875 ราย รวมยอดรักษาหาย 1,993,964 ราย ยังรักษาอยู่จำนวน 80,277 ราย เป็นการรักษาอยู่ในรพ.39,596 ราย ในรพ.สนาม/HI-CI 40,681 ราย ทั้งนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 1,440 ราย มีผู้ป่วยหนักนี้ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจถึง 341 ราย สำหรับรายละเอียดผู้เสียชีวิต จำนวน 64 ราย เป็นเพศชาย 29 ราย เพศหญิง 35 ราย อายุ 22-93 ปี อยู่ในพื้นที่ กทม. เชียงใหม่ มากที่สุดจว.ละ 8 ราย โดยในภาคใต้เสียชีวิตรวมยังสูงสุดถึง 18 ราย โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความรุนแรงของโรคและเสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และมีโรคประจำตัว เป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคไต โรคอ้วน ติดเตียง ซึ่งเป็นโรคประจำตัวที่เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้น