คลัสเตอร์ใหม่ โผล่ 7 จุด 5 จว." ตลาดวังน้อยอ่วมสุด เจอ 181 ราย
ขณะที่กทม.ยังพบป่วยรายวันสูงสุด 1,729 ราย ตายสูงสุด 17 ราย สำหรับคลัสเตอร์ใหม่วันนี้มี 7 จุด ใน 5 จังหวัดดังนี้ สมุทรสาคร มีโรงงานอาหารกระป๋อง 2 จุด จุดแรก 13 ราย จุดที่สอง 14 ราย โรงงานเสื้อผ้า อ้อมน้อย 53 ราย , ชลบุรี บริษัทโลจิสติกส์ อ.ศรีราชา 12 ราย , พระนครศรีอยุธยา ตลาดใหญ่วังน้อย 181 ราย , ตาก โรงงานเสื้อผ้า ใน อ.แม่สอด 33 ราย , ฉะเชิงเทรา แคมป์ก่อสร้าง 18 ราย ขณะที่การติดเชื้อในปท.วันนี้ 6,154 ราย มาจากต่างประเทศ 12 ราย วันนี้มีรายงานลอบเข้าประเทศตามช่องทางธรรมชาติจากกัมพูชา 7 ราย และเมียนมา 2 ราย ยอดติดเชื้อจากเรือนจำ/ที่ต้องขัง ดีดกลับขึ้นมา 84 ราย ยอดหายป่วย 2,534 ราย ยังรักษาอยู่ 63,523 ราย อาการหนักรวมโคม่า 2,199 ราย
วันที่ 5 ก.ค.2564 ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน ประเทศไทย ซึ่งล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 6,166 ราย โดยเป็นการติดเชื้อในประเทศ 6,154 ราย (แยกเป็นจากระบบเฝ้าระวังและบริการสุขภาพ 3,961 ราย จากการตรวจคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 2,109 ราย จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 84 ราย) และเดินทางมาจากต่างประเทศอีก 12 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 289,233 ราย วันนี้มีผู้เสียชีวิตอีก 50 ราย ทำให้ยอดเสียชีวิตขยับไปที่ 2,276 ราย รักษาหายเพิ่มอีก 2,534 ราย รวมยอดรักษาหาย 223,437 ราย ยังรักษาอยู่จำนวน 63,520 ราย เป็นการรักษาอยู่ในรพ.32,060 ราย รพ.สนาม 31,460 ราย ทั้งนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 2,199 ราย ในจำนวนผู้ป่วยหนักนี้ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจถึง 603 ราย
เฉพาะการระบาดในระลอกเดือนเมษายน ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.- 5 ก.ค.64 พบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 6,166 ราย โดยมีผู้ป่วยยืนยันสะสม 260,370 ราย รักษาหายเพิ่ม 2,534 ราย รวมรักษาหายแล้ว 196,011 ราย ยังรักษาอยู่จำนวน 63,520 ราย เสียชีวิต 50 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 2,182 ราย
รายละเอียดผู้เสียชีวิต 50 ราย เป็นเพศชาย 34 ราย เพศหญิง 16 ราย อายุ 28-91 ปี อยู่ในพื้นที่ กทม.มากที่สุด 17 ราย นนทบุรี 9 ราย สมุทรปรากาจ 6 ราย ฉะเชิงเทรา 3 ราย นครปฐม นราธิวาส ปััตตานี สงขลา สมุทรสาคร จังหวัดละ 2 ราย จันทบุรี นครนายก นครสวรรค์ ระยอง สะพรรณบุรี จังหวัดละ 1 ราย โดยมีโรคประจำตัว เป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคไต โรคหัวใจ โรคปอด มะเร็ง หลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นโรคประจำตัวที่เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้น โดยในจำนวนนี้ เป็นการติดเชื้อจากคนที่อาศัยและเดินทางเข้าไปในพื้นที่ระบาด ถึง 22 ราย และติดจากคนในครอบครัว 12 ราย และคนอื่นๆ มากเช่นเดิม ไปในสถานที่แออัดพลุกพล่าน อาชีพเสี่ยง
สำหรับ 10 อันดับที่พบผู้ป่วยภายในประเทศสูงสุด อันดับ 1 ยังเป็นกรุงเทพมหานคร 1,729 ราย
อันดับ 2 สมุทรปราการ 411 ราย
อันดับ 3 สมุทรสาคร 389 ราย
อันดับ 4 ปทุมธานี 352 ราย
อันดับ 5 สงขลา 318 ราย
อันดับ 6 ชลบุรี 279 ราย
อันดับ 7 นนทบุรี 270 ราย
อันดับ 8 พระนครศรีอยุธยา 212 ราย
อันดับ 9 นครปฐม 143 ราย
อันดับ 10 ปัตตานี 133 ราย