เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณาคดี 806 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีฉ้อโกงแชร์ Forex-3D หมายเลขดำ อ.853/2564 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้บริหาร รวมถึง น.ส.สาวิกา ไชยเดช หรือ “พิ้งกี้” นักแสดงชื่อดัง นางสรินยา ไชยเดช มารดา และนายกิตติเชษฐ์ หรือสรายุทธ ไชยเดช พี่ชาย พร้อมพวกรวม 24 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ
อัยการโจทก์ระบุในคำฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 ถึงวันที่ 8 กันยายน 2563 พวกจำเลยร่วมกันหลอกลวงประชาชน โดยโฆษณาชักชวนบุคคลทั่วไปให้เข้าร่วมลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทางออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์และเฟซบุ๊กชื่อ “ฟอร์เร็กซ์ 3 ดี” และใช้ชื่อกองทุน “ฟอร์เร็กซ์ 30” โดยจำเลยที่ 2 ซึ่งมีจำเลยที่ 1 เป็นผู้ดำเนินการ อ้างว่ามีทีมงานมืออาชีพเป็นผู้ทำการลงทุนแทน ผู้ลงทุนสามารถเริ่มต้นลงทุนที่ 500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 15,000 บาท ก่อนจะเพิ่มเงินลงทุนขั้นต่ำเป็น 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 50,000 บาท
การลงทุนดังกล่าวอ้างว่าผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับการซื้อขายหรือการเทรดเงินตราต่างประเทศ เพียงฝากเงินเข้ามาก็สามารถรอรับกำไรและเงินปันผลได้ โดยมีการรับประกันเงินต้น 100 เปอร์เซ็นต์ และไม่มีการขาดทุน ทำให้มีผู้หลงเชื่อ 9,842 ราย นำเงินมาร่วมลงทุนกับพวกจำเลยกว่า 2,489 ล้านบาท ทั้งที่ความจริงพวกจำเลยไม่ได้มีการนำเงินไปลงทุนแต่อย่างใด และไม่มีการประกอบกิจการซื้อขายหรือเทรดเงินตราต่างประเทศจริงตามที่กล่าวอ้าง
เหตุเกิดที่แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร และท้องที่อื่นทั่วราชอาณาจักรที่เกี่ยวพันกัน โดยโจทก์ขอให้ลงโทษพวกจำเลยตามความผิด และให้ร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 2,489 ล้านบาทคืนแก่ผู้เสียหาย
พวกจำเลยให้การปฏิเสธ โดยส่วนใหญ่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ยกเว้น น.ส.สาวิกา ไชยเดช จำเลยที่ 7 ซึ่งได้รับการประกันตัวด้วยวงเงิน 5 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงแชร์ Forex-3D มีหลายกลุ่มและถูกฟ้องเป็นจำเลยต่อศาล รวมถึงกลุ่มของ “ดีเจแมน” นายพัฒนพล กุญชร และ “ใบเตย” น.ส.สุธีวัน ทวีสิน นักร้องชื่อดัง พร้อมพวกรวม 6 คน โดยเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 ศาลอาญาพิพากษายกฟ้องจำเลยในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ เนื่องจากพยานหลักฐานของโจทก์มีเหตุสงสัยตามสมควร โดยคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์
รายชื่อจำเลยคดีแชร์ Forex-3D รวม 24 คน มีดังนี้
นายอภิรักษ์ โกฎธิ
บริษัท อาร์เอ็มเอส แฟมิเลีย จำกัด โดยนายสรายุทธ หรือกิตติเชษฐ์ ไชยเดช
บริษัท มีดีเพย์ จำกัด โดยนายศิษฎ์ธนาฒย์ โพธิเงิน
นายศิษฎ์ธนาฒย์ โพธิเงิน
นายสุภิญโญ มีสมปราชญ์
นายสรายุทธ หรือกิตติเชษฐ์ ไชยเดช พี่ชายพิ้งกี้
น.ส.สาวิกา ไชยเดช หรือพิ้งกี้ อดีตนักแสดงชื่อดัง
นางสรินยา ไชยเดช แม่ของพิ้งกี้และนายสรายุทธ
นายณัฐธีร์ พีระชัยรมย์ หรือนายวาริท อาเช่อร์ หรือนายพสิษฐ์ ศุภศักดิ์ธนินท์
นายศิรเมษฐ์ สุภัคศิริประสาน
นายธรรศิวรรฒ ฉันทานุกูล
นายปฏิภาณ มะนัส
นายอนุพงศ์ จุลมุสิก
นายนวพล เรืองอักษร
นายรพีพัฒน์ ภิรมย์จันทร์
นายสุรสิทธิ์ คำยันต์
นายณัฐพงษ์ ปัญญาวงค์
นางนงนุช โกฎธิ
นายกิตติชัย โกฎธิ
นายอับดุลฮากีม ปิมะแม
น.ส.ภคมน สีลุน
นายกษม กลปราณีต
น.ส.ธัญญนันช์ ณัฐนนท์ชญนัท
นายทินกร โกฎธิ
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยแล้วรับฟังได้ว่า การเทรด Forex-3D ในคดีนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 ถึงวันที่ 8 กันยายน 2563 เป็นการลงทุนกับความผันผวนของสกุลเงินต่าง ๆ ของโลก โดยมีผู้เสียหายเข้าดำเนินคดีจำนวน 9,822 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 2,473 ล้านบาท
จำเลยที่ 1 เป็นผู้บริหารบริษัทจำเลยที่ 2 ขณะที่บริษัทจำเลยที่ 3 มีการโฆษณาชักชวนและแนะนำผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้บุคคลที่สนใจเข้าร่วมลงทุน โดยอ้างว่าจะนำกำไรมาแบ่งจ่ายออกเป็น 5 ระดับตามจำนวนเงินลงทุน ในระยะแรกผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนจริง ก่อนที่ช่วงต้นปี 2562 จะเริ่มมีการจ่ายเงินล่าช้า และในช่วงกลางปี 2562 ผู้ลงทุนไม่สามารถถอนเงินหรือผลตอบแทนได้อีก จนกระทั่งแอดมินและจำเลยที่ 1 แจ้งว่าจะจ่ายเงินให้ครบภายในเดือนตุลาคม 2562
ศาลพิจารณาพบว่า จำเลยที่ 1 ประกอบธุรกิจหลายอย่าง เช่น ธุรกิจถังเช่าและเปิดยิมออกกำลังกาย ซึ่งแต่ละแห่งมีพนักงานทำหน้าที่อยู่ แต่ในธุรกิจ Forex-3D ซึ่งเป็นธุรกิจที่น่าจะมีเงินหมุนเวียนและเป็นธุรกิจหลัก กลับพบว่าพนักงานไม่รู้เห็นและไม่ทราบว่ามีการดำเนินกิจการดังกล่าว ทั้งที่เป็นกิจการที่ทำเงินให้จำเลยที่ 1 เป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ พยานจากธนาคารแห่งประเทศไทยได้ตรวจสอบและพบว่า บริษัท Forex-3D จำเลยที่ 1-3 ไม่เคยขออนุญาต และไม่พบธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ หากประกอบธุรกิจเทรด ซื้อขาย หรือลงทุนในเงินตราต่างประเทศ จะต้องมีการโอนเงินเพื่อทำธุรกรรมระหว่างประเทศและลงทุนในตลาดต่างประเทศ อีกทั้งการทำธุรกิจ Forex-3D ไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการในประเทศไทย โดยจำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตเพียงให้ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราเท่านั้น
ประกอบกับจำเลยที่ 1 มีบัญชีม้าจำนวนมาก และใช้บัญชีดังกล่าวให้ผู้ลงทุนโอนเงินไปยังผู้เสียหาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่สุจริตและการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงใช้เพื่อปกปิดเส้นทางการเงิน หลีกเลี่ยงภาษี และหลีกเลี่ยงการอายัดบัญชี โดยพบว่ามีการจ้างบุคคลให้เปิดบัญชีม้าและจ่ายค่าตอบแทนบัญชีละ 5,000-10,000 บาท
ศาลเห็นว่า พยานโจทก์เบิกความสอดคล้องกันว่า รู้จักการลงทุนดังกล่าวผ่านบุคคลและสื่อออนไลน์ และทราบว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้บริหาร โดยจะนำเงินไปลงทุนแลกเปลี่ยน Forex พร้อมรับประกันว่าหากขาดทุน บริษัทจะเป็นผู้ชดใช้ ประกอบกับมีผู้ได้รับผลตอบแทนจริง จึงตัดสินใจร่วมลงทุน โดยในระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริงและนำเงินมาลงทุนเพิ่ม
ผู้เสียหายเบิกความยืนยันรายละเอียดและลำดับเหตุการณ์ได้อย่างถูกต้อง ศาลเห็นว่าเป็นเรื่องยากที่จะสร้างเรื่องเท็จขึ้นมาเพื่อปรักปรำจำเลย จึงเชื่อว่าเบิกความตามความเป็นจริง
พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมารับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1-3 หลอกให้ประชาชนลงทุนเทรด Forex-3D โดยใช้กลอุบายล่อลวงให้คนนำเงินมาลงทุนในลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ จำเลยที่ 1-3 จึงกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน
สำหรับจำเลยที่ 6-8 ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันในฐานะมารดา บุตร และพี่น้อง ศาลพิจารณาว่าการกระทำมีความเกี่ยวพันกัน โดยจำเลยที่ 6 สนิทกับจำเลยที่ 1 มานาน และร่วมกันก่อสร้างบริษัทจำเลยที่ 2 รวมถึงมีการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิหลายครั้ง โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ดำเนินการเพียงคนเดียว
นอกจากนี้ยังพบว่า จำเลยที่ 6 เปิดบัญชีโดยใช้ชื่อของตนเองและชื่อบิดาของจำเลยที่ 6 เพื่อรับเงิน
ต่อมาพบว่า จำเลยที่ 7 เปิดพอร์ตลงทุนครั้งแรกจำนวน 15 ล้านบาท และเมื่อได้รับผลตอบแทนจึงลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นเงิน 30 ล้านบาท ขณะที่จำเลยที่ 8 ลงทุน 2 ล้านบาท และได้กำไร 2.9 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบภาพถ่ายเป็นหลักฐานว่า จำเลยที่ 7-8 เคยไปร่วมงานสังสรรค์กับจำเลยที่ 1 หลายครั้ง ทั้งงานวันเกิดและงานวันคริสต์มาส รวมถึงพบว่าจำเลยที่ 7-8 มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลยที่ 1 ซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจแลกเปลี่ยนเงิน
จากการเบิกความของพยานโจทก์ น.ส.นงผณี มหาดไทย นักร้องชื่อดัง ให้การว่า จำเลยที่ 23 เคยชักชวนให้ตนร่วมลงทุน จึงลงทุนครั้งแรก 500,000 บาท เมื่อเห็นว่าได้กำไรจึงลงทุนเพิ่มเป็นเงิน 8 ล้านบาท ก่อนต่อมาจะไม่สามารถถอนเงินได้
ด้านแฟนเก่าของ น.ส.นงผณี ซึ่งพยานรู้จักกับจำเลยที่ 8 ได้โทรศัพท์ไปทวงถาม โดยจำเลยที่ 8 แจ้งว่าจะติดตามให้ ก่อนต่อมาจะมีเงินจำนวนหนึ่งโอนเข้าบัญชีของพยาน
ศาลพิจารณาว่า จำเลยที่ 6-8 มีความสนิทสนมกับจำเลยที่ 1 มานาน ตั้งแต่ก่อนก่อตั้งบริษัท Forex-3D และยังเป็นผู้ถือหุ้นร่วมกันด้วย ขณะที่พยานหลักฐานของโจทก์พบเส้นทางการเงินที่มีเงินหมุนเวียนเชื่อมโยงกันจำนวน 40 ล้านบาท จึงน่าจะรู้ว่าการทำ Forex-3D เป็นการฉ้อโกงประชาชน แต่หลักฐานของโจทก์ยังไม่อาจรับฟังได้อย่างแน่ชัด
ศาลเห็นว่า เงินหมุนเวียน 40 ล้านบาทของจำเลยที่ 6-8 อาจมาจากกิจการอื่น และจำเลยที่ 6-8 อาจไม่รู้ว่าธุรกิจ Forex-3D เป็นการหลอกลวง เพราะหากรู้ ย่อมไม่นำเงินกลับไปลงทุนกับจำเลยที่ 3 เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะสูญเงิน อีกทั้งจำเลยที่ 7 เป็นนักแสดงมีชื่อเสียง เงินจำนวนดังกล่าวจึงไม่มากเกินกว่ารายได้ที่จำเลยที่ 7 สามารถหาได้ และจำนวนเงินที่ลงทุนก็ใกล้เคียงกับเงินที่ได้รับผลตอบแทน สะท้อนว่ามีการลงทุนจริง ไม่ได้แสร้งสร้างพอร์ตปลอมเพื่อหลอกประชาชน
นอกจากนี้ จำเลยที่ 6-8 เป็นเพียงผู้ร่วมลงทุน ไม่ได้มีพฤติการณ์ชักชวนบุคคลอื่นให้มาร่วมลงทุนในธุรกิจดังกล่าว ศาลจึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยที่ 6-8
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดีว่า ตลอดการฟังคำพิพากษา จำเลยที่ 6-8 มีสีหน้าเรียบเฉย แต่ทันทีที่ศาลกล่าวว่า “ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับจำเลย” ทั้ง 3 คนต่างร้องไห้และสวมกอดกันด้วยความดีใจต่อคำพิพากษา
ส่วนจำเลยที่ 5, 9, 11 และ 21 ศาลเห็นว่า จำเลยที่ 5 เป็นผู้เขียนโปรแกรมให้เว็บไซต์ Forex-3D และรู้รายละเอียดเป็นอย่างดี โดยมีเงินเข้าบัญชีเป็นจำนวนมากถึง 62 ล้านบาท อีกทั้งจำเลยที่ 5 ไม่มีสัญญาว่าจ้างและไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับความเชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรม จึงเป็นเพียงข้อกล่าวอ้างที่ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้
ทันทีที่ศาลอ่านคำพิพากษาของจำเลยที่ 5 เสร็จ จำเลยที่ 5 ได้ร้องไห้ออกมาทันที
สำหรับจำเลยที่ 9 ทำหน้าที่เป็นเลขาส่วนตัวของจำเลยที่ 1 และมีส่วนร่วมในการบริหารงานร่วมกับบริษัทของจำเลยที่ 2 และบริษัทที่ 3 จึงถือว่าเป็นตัวการร่วมในการกระทำความผิดดังกล่าว
ส่วนจำเลยที่ 11 ทำหน้าที่เกี่ยวกับการดูแลเอกสารของบริษัท โดยมีจำเลยที่ 9 เป็นหัวหน้า การกระทำของจำเลยที่ 11 มีมูลให้เชื่อว่ารับรู้วัตถุประสงค์ในการดำเนินการกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน จึงถือเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1-3 และมีความผิดตามฟ้อง
สำหรับจำเลยที่ 21 ซึ่งเป็นภรรยาของจำเลยที่ 1 และอยู่กินฉันสามีภรรยากันมาตั้งแต่ปี 2558 มีการโพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นถึงชีวิตที่หรูหราหลังจากทำธุรกิจ Forex-3D
จากการตรวจสอบพบว่า มีเงินหมุนเวียนของจำเลยที่ 21 จำนวน 90 ล้านบาท แต่ไม่ปรากฏว่าเงินดังกล่าวมาจากธุรกิจใด โดยจำเลยอ้างว่าเป็นเงินที่สามีหรือจำเลยที่ 1 โอนให้เป็นรายเดือนและในโอกาสพิเศษ ขณะที่จำเลยอ้างว่าตนเองเป็นแม่บ้าน แต่กลับมีชื่อเป็นประธานบริษัทเครื่องสำอาง ศาลเห็นว่าคำกล่าวอ้างดังกล่าวมีความขัดแย้งกัน และไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้
ศาลพิพากษาว่า จำเลยที่ 1, 5, 9, 11 และ 21 มีความผิดฐานกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด
ศาลกำหนดโทษจำเลยที่ 1, 5, 9, 11 และ 21 กระทงละ 5 ปี รวม 9,822 กระทง คิดเป็นโทษจำคุกคนละ 49,110 ปี พร้อมให้ร่วมกันคืนเงินแก่ผู้เสียหายทั้ง 9,822 คน ตามจำนวนเงินที่ถูกฉ้อโกงและกู้ยืมไป พร้อมอัตราดอกเบี้ย
นอกจากนี้ ศาลสั่งปรับจำเลยที่ 2 และ 3 รายละ 500,000 บาท จำนวน 9,822 กระทง รวมเป็นค่าปรับรายละ 4,911 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายโทษจำคุกสามารถจำคุกได้สูงสุด 20 ปี ดังนั้นจึงคงจำคุกจำเลยที่ 1, 5, 9, 11 และ 21 คนละ 20 ปี
ส่วนจำเลยรายอื่น ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง รวมถึง น.ส.สาวิกา ไชยเดช หรือพิ้งกี้ นางสรินยา ไชยเดช ผู้เป็นมารดา และนายสรายุทธ หรือกิตติเชษฐ์ ไชยเดช พี่ชาย โดยจำเลยที่ศาลยกฟ้อง ได้แก่ จำเลยที่ 4, 6-8, 10, 12-20 และ 22-24
#Forex3D #พิ้งกี้สาวิกา #พิ้งกี้ #อภิรักษ์โกฎธิ #คดีForex3D #Forex3Dวันนี้ #ศาลอาญา #ฉ้อโกงประชาชน #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #ข่าวบันเทิง #ข่าวอาชญากรรม #คดีดัง #ข่าวออนไลน์








