ภักดี วีระรัตน์ / รายงาน
สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สสท.) หรือที่เรียกกันในวงการสื่อว่า "สนท." กำลังก้าวเข้าสู่ "ยุคปรับปรุงพัฒนาใหม่" อย่างเต็มตัว เพื่อพลิกฟื้นบทบาทและยกระดับองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนที่เก่าแก่และมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ให้กลับมามีความเข้มแข็ง สง่างาม และเท่าทันต่อภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงไปปัจจุบันทิศทางและไฮไลต์สำคัญของการปรับปรุงและพัฒนาในยุคนี้ มีการเปลี่ยนผ่านผู้นำและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ (วาระ 2569–2571) จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นจากการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ซึ่งสมาชิกสมาคมฯ ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์เลือก นายอนันต์ นิลมานนท์ ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็น นายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คนใหม่ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารชุดใหม่รวม 19 ท่าน เพื่อเข้ามาขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายในเชิงรุก
นายอนันต์ กล่าวว่สา ยุทธศาสตร์ “สืบสาน ฟื้นฟู และยกระดับองค์กร”ภายใต้การนำในยุคพัฒนาใหม่นี้ สมาคมฯ ได้วางแนวทางบริหารงานที่มุ่งเน้น 3 มิติหลัก ได้แก่:
การสานต่อนโยบายอดีตนำเจตนารมณ์ของอดีตนายกสมาคมฯ และคณะกรรมการชุดก่อนๆ มาขับเคลื่อนต่อ โดยเฉพาะการจัดระเบียบโครงสร้างภายใน ปรับปรุงสำนักงานอาคารสมาคมฯ (ถ.ราชสีมา เขตดุสิต) ให้มีความเรียบร้อยและพร้อมเป็นศูนย์รวมของคนสื่อ
เพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์มุ่งมั่นที่จะทำให้ภาพลักษณ์ของสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยฯ กลับมามีความสง่างาม น่าเชื่อถือ และทรงคุณค่าดังเช่นในอดีต
ศูนย์กลางความร่วมมือวิชาชีพ: ผลักดันให้สมาคมฯ เป็นแกนกลางในการเชื่อมโยง แลกเปลี่ยน และสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา นอกจากนี้การเชิดชูคุณค่าและเกียรติยศคนหนังสือพิมพ์ในยุคปรับปรุงใหม่นี้ สมาคมฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างขวัญกำลังใจและยกย่องบุคลากรผู้สร้างคุณูปการให้แก่วงการสื่อมวลชนไทย โดยการมอบรางวัลเกียรติยศอย่างต่อเนื่อง เช่น การมอบรางวัลเกียรติยศคนหนังสือพิมพ์ แด่ นายระวิ โหลทอง (ผู้ก่อตั้งเครือสยามสปอร์ต) ในฐานะ "ศาสดาแห่งสื่อกีฬาไทย" ซึ่งเป็นตัวอย่างของการเชิดชูคนทำงานที่อุทิศตนเพื่อวิชาชีพ
นายอนันต์ กล่าวอีกว่าสำหรับความท้าทายและการปรับตัวร่วมกับพันธมิตรสื่อสมาคมฯ ยุคใหม่ต้องเผชิญกับคลื่นการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (เช่น การเข้ามาของ AI และการลดลงของสื่อสิ่งพิมพ์ดั้งเดิม) สสท. จึงทำหน้าที่ประสานพลังร่วมกับ สมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย และองค์กรวิชาชีพอื่นๆ เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกและคนหนังสือพิมพ์ปรับตัวเข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล โดยยังคงยึดมั่นในกรอบจริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ และความถูกต้องแม่นยำในการนำเสนอข่าวสารเพื่อประโยชน์ของประชาชน ยุคปรับปรุงพัฒนาใหม่ของสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยฯ จึงไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนชุดบริหาร แต่คือการ "รีแบรนด์" องค์กรให้ก้าวพ้นภาพจำของสื่อสิ่งพิมพ์แบบเดิม สู่การเป็นเสาหลักที่แข็งแกร่งของวงการสื่อสารมวลชนไทยในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง








