“สธ.” ยันไทยไม่ตรวจปูพรมเหมือนอู่ฮั่น-ไม่คุ้ม/เตรียมโฟกัส 4 กลุ่มสำคัญ
เผยมีบทเรียนแล้ว ทำแล้วไม่คุ้มค่าตรวจ ยึดภูเก็ตโมเดล ค้นหาเชิงรุก พร้อมสั่งเขตสุขภาพทำแผนค้นกลุ่ม-พื้นที่เสี่ยง ก่อนจัดสรรงบให้ เน้นเจาะกลุ่มสำคัญที่ยังไม่เคยสำรวจมาก่อน ทั้ง กลุ่มบุคลากรแพทย์-เรือนจำ-ขับรถสาธารณะ-ต่างด้าว-ชุมชนแออัด
นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีว่า ไทยมีความจำเป็นต้องตรวจหาผู้ป่วยเชิงรุกแบบปูพรมเหมือนที่อู่ฮั่นของจีนหรือไม่ ต้องใช้งบประมาณเท่าไรเพื่อค้นหาเชื้อว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่สนับสนุนการตรวจแบบปูพรมในไทย เพราะมีบทเรียนจากภูเก็ต ยะลา ชลบุรี กทม. แล้วว่าการตรวจปูพรมโดยไม่มีเป้าโฟกัส ได้ผลตรวจที่ผลบวกต่ำมาก ไม่คุ้มค่าตรวจ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด นอกจากการตรวจผู้ที่มีอาการ ที่สำคัญคือการค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด ซึ่งอาจมีทั้งเสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำทุกราย ซึ่งได้ทำเต็มที่ ในพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง ที่คิดแล้วว่าจบแต่ไม่จบ เช่น ภูเก็ต ถือเป็นโมเดลที่ดี ที่ต้องไปหาผู้ป่วยที่อาจมีอาการน้อย หรือไม่มีอาการ แต่ติดเชื้อแล้วในชุมชน เป็นการ ค้นหาเชิงรุก
รวมทั้งขณะนี้แต่ละเขตสุขภาพแต่ละจังหวัดได้รับการสั่งการจากกระทรวงสาธารณสุขให้ทำแผนการค้นหากลุ่มเสี่ยงและ พื้นที่เสี่ยง ซึ่งแต่ละจังหวัดมีบริบทไม่เหมือนกัน บางจังหวัดอาจมีแรงงานต่างชาติน้อย บางที่อาจมีไม่มาก หรืออาจไม่มี แต่ขณะที่ในกลุ่มผู้ต้องขังในเรือนจำ กลุ่มบุคลากรการแพทย์-สาธารณสุขที่ดูแลผู้ป่วย ยังไม่เคยมีการค้นหากลุ่มนี้จริงจัง จะมีการค้นหาอย่างจริงจังภายใต้แผนของจังหวัด ซึ่งมีคน 4 กลุ่มที่สำคัญ คือบุคลาการแพทย์ สธ. เรือนจำ-ผู้คุม คนขับรถสาธารณะ และแรงงานต่างด้าว ผู้ที่อยู่ในสถานที่แออัด รวมทั้งชุมชนแออัด
ส่วนเรื่องงบประมาณ เมื่อได้ให้แนวทางจังหวัดและแต่ละเขตสุขภาพจัดทำแล้ว ผู้ตรวจจะรวบรวมนำส่งให้กรมควบคุมโรค ว่าจะต้องใช้งบฯ เท่าไร อย่างไร เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายตรวจค้นหากลุ่มเสี่ยง สถานที่แออัด