เตือน!สายบุฟเฟ่ต์-ปาร์ตี้ต้องระวัง "ไขมันพอกตับ"

คุณภาพชีวิต14 ก.พ. 2565 • 05:00 น.
เตือน!สายบุฟเฟ่ต์-ปาร์ตี้ต้องระวัง "ไขมันพอกตับ"
กินแบบไม่บันยะบันยัง ดื่มจัด ส่งผลแน่ต่อตับต้องทำงานหนัก และสะสมกลายเป็นไขมันพอกตับ แนะ 6 ปัจจัยลดเสี่ยง-ป้องกัน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แจังเตือนสายบุฟเฟ่ต์ สายปาร์ตี้ ต้องอ่านบทความนี้ นอกจากหน้าท้องหรือพุงแล้ว อีกอวัยวะหนึ่งในร่างกายที่ทำหน้าที่เก็บสะสมไขมันคือ ตับ จะเป็นอย่างไรหากตับของเราต้องแบกรับไขมันในปริมาณมากๆ จากบรรดาอาหารเมนูหวาน มัน ที่กินเข้าไปแบบไม่เลือกสรร ตับเราจะแย่แค่ไหน ไขมันพอกตับหรือไขมันเกาะตับ คือ ภาวะที่มีการสะสมของไขมันจากการรับประทานอาหารไปแล้วใช้ไม่หมดในรูปของไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) สะสมในเซลล์ตับมากกว่า 5% เป็นเวลานาน ส่งผลให้ตับอักเสบหรือเซลล์ตับตาย จนนำไปสู่การเกิดพังผืดที่ตับซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคตับแข็งและเสี่ยงต่อมะเร็งตับ ภาวะไขมันพอกตับ พบได้ทุกเพศทุกวัย แต่จะพบมากในอายุ 40 - 50 ปีขึ้นไป ที่ประสิทธิภาพการทำงานของระบบการเผาผลาญอาหารเริ่มลดลง โดยจำแนกสาเหตุของการเกิดโรคได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ 1.จากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับปริมาณ ประเภท และระยะเวลาที่ดื่ม เรียกว่า Alcoholic fatty liver 2.จากปัจจัยเสี่ยงอื่น หรือ Non - alcoholic fatty liver สัมพันธ์กับภาวะต่าง ๆ ดังนี้ - ผู้ที่มีภาวะ Metabolic syndrome คือ ภาวะที่ร่างกายมีระบบเผาผลาญอาหารผิดปกติ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง - รับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูงเป็นประจำ เช่น แป้ง น้ำตาล ไขมัน - การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว และภาวะขาดสารอาหาร - การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี - ผลข้างเคียงของการได้รับยาปฏิชีวนะบางประเภท ยาต้านไวรัสบางชนิด ยาเคมีบำบัด ยาต้านฮอร์โมน หรือกลุ่มยาสเตียรอยด์ - ปัจจัยทางพันธุกรรม ทั้งนี้ ในระยะแรกของโรคมักไม่แสดงอาการ หรือหากมีอาการก็อาจเป็นอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจงมากพอที่จะบ่งบอกโรคได้ เช่น อ่อนเพลีย คลื่นไส้เล็กน้อย รู้สึกไม่สบายท้อง น้ำหนักลดผิดปกติ ความอยากอาหารลดลง มึนงง ความสามารถในการตัดสินใจและสมาธิลดลง รู้สึกตึงบริเวณใต้ชายโครงขวา โดยสามารถตรวจพบโรคไขมันพอกตับได้จาก การตรวจเลือด ตรวจอัลตราซาวนด์ ตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เจาะชิ้นเนื้อตับมาตรวจทางพยาธิวิทยา (Liver biopsy) ตรวจวัดปริมาณไขมันและพังผืดในตับด้วยเครื่อง FibroScan อย่างไรก็ตาม โรคไขมันพอกตับสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงได้ ดังนี้ 1.รับประทานอาหารตามหลักที่นักโภชนาการแนะนำ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาล คาร์โบไฮเดรต และไขมันมากเกินไป เน้นอาหารกากใยสูง และให้พลังงานต่ำ 2.ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน ครั้งละ 30 นาที 3.ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม 4.หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 5.หลีกเลี่ยงการรับประทานยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่นอกเหนือจากที่แพทย์สั่ง 6.หมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำ ข้อมูลอ้างอิง : https://www.phukethospital.com/th/healthy-articles/fatty-liver/ https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/fatty-liver-disease ไขมันพอกตับ โรคฮิตของคนยุคใหม่ (samitivejhospitals.com) ไขมันพอกตับ | World Medical Hospital (theworldmedicalcenter.com) โภชนาการกับไขมันพอกตับ (Nutrition and fatty liver disease) - สมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย (thasl.org) โรคไขมันพอกตับ : ยาที่ทำให้เกิดไขมันพอกตับและยาที่ใช้รักษา | โดยคณะเภสัชฯ ม.มหิดล (mahidol.ac.th)