5 ปี ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย คิดถึง “ในหลวงร.9”
13 ตุลาคม 2559 วันมหาวิปโยค ของชาวไทย กับข่าวร้ายที่ทำหัวใจแทบแตกสลาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต
พระราชกรณียกิจ พระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรไทยมากมายเกินกว่าจะคณานับได้ ไม่มีที่ใดบนผืนแผ่นดินไทย ที่พระองค์เสด็จไปไม่ถึง ทรงงานหนัก ตลอดการเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ 70 ปี โครงการในพระราชดำริหลายพันโครงการ ล้วนเพื่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ให้มีความอยู่ดี กินดีขึ้น กระทั่งมีการกล่าวว่า ทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก
โครงการต่างๆ มากมาย ที่ได้ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต บรรเทาปัดเป่าความเดือดร้อนของประชาชน ด้วยพระเมตตา ด้วยน้ำพระทัย ที่ทำให้คนไทยอยู่ดีกินดีมาถึงทุกวันนี้และทรงเป็นต้นแบบแนวคิดการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน นำมาซึ่งหลากหลายพระราชสมัญญาที่ตราตรึงอยู่ในหัวใจคนไทยไม่มีวันลืม ทั้งนี้ จะขอกล่าวถึงเฉพาะด้านการสาธารณสุข การศึกษา และปัญหาใหญ่ของเมืองหลวงกทม.
***************************
“พระราชบิดาแห่งวงการแพทย์ไทย”
ทรงได้รับการถวายพระสมัญญาเป็น “พระราชบิดาแห่งวงการแพทย์ไทย” โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศยกย่องให้พระองค์ทรงเป็นผู้นำด้านสาธารณสุข ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้นำอื่นๆ ทั่วโลก
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำรัสว่า “...การรักษาความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายเป็นปัจจัยของเศรษฐกิจที่ดี และสังคมที่มั่นคงเพราะร่างกายที่แข็งแรงนั้น โดยปกติจะอำนวยผลให้สุขภาพจิตใจสมบูรณ์ด้วย และเมื่อมีสุขภาพสมบูรณ์ดี พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจแล้ว ย่อมมีกำลังทำประโยชน์สร้างสรรค์เศรษฐกิจ และสังคมของบ้านเมืองได้เต็มที่ ทั้งไม่เป็นภาระแก่สังคมด้วย...”
อาทิ โครงการแพทย์หลวงเคลื่อนที่พระราชทาน เพื่อตรวจรักษาราษฎรในพื้นที่ทุรกันดารบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย หากอาการหนักส่งไปยังโรงพยาบาลในจังหวัดต่างๆ, หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน ด้วยลำพังเพียงแพทย์รักษาโรคทั่วไป ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลยังเข้าถึงยาก ไม่ต้องพูดถึงทันตแพทย์ที่มีน้อยมากและมีอยู่เฉพาะโรงพยาบาลประจำจังหวัดเท่านั้น บางจังหวัดก็ไม่มีในขณะนั้น , โครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ทางน้ำพระราชทาน โดยพระราชทาน “เรือเวชพาหน์” ให้แก่สภากาชาดไทย เพื่อให้บริการดูแลสุขภาพประชาชนที่อยู่ตามริมแม่น้ำลำคลองต่างๆ โดยไม่คิดมูลค่า ทั้งตรวจรักษาโรคทั่วไป ฝังเข็มประยุกต์ บริการทันตกรรม (ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน) ให้ความรู้สุขศึกษา การป้องกันโรค และสงเคราะห์ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส
ทั้งนี้ เมื่อครั้งที่ประเทศไทยเกิดโรควัณโรคระบาดหนัก ได้พระราชทานพระราชทรัพย์สร้างตึกในสถานเสาวภาเพื่อใช้ผลิตวัคซีน บีซีจีป้องกันวัณโรคให้เพียงพอสำหรับประชาชน ทั้งได้พระราชทานพระราชทรัพย์สร้างสถาบันราชประชาสมาสัย เพื่อให้ได้มีการรักษาผู้ป่วยโรคเรื้อนได้ครบวงจร คือทั้งการรักษาและการศึกษาหาทางควบคุมโรค, โครงการคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนาเพื่อชุมชนยากไร้ จากที่ทรงทราบถึงความเดือดร้อนและความยากลำบากอย่างมากของชาวชุมชนยากไร้บริเวณบึงพระราม 9 ที่ล้อมรอบด้วยน้ำเสีย ต้องเจ็บป่วยจากสภาพแวดล้อมไม่ถูกสุขอนามัย การเดินทางไปพบแพทย์ยากลำบาก
รวมทั้งจากที่ประเทศไทยยังคงขาดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน “ทุนอานันทมหิดล” ให้บุคลากรแพทย์ที่มีความสามารถและมีคุณธรรมไปศึกษาต่อที่สถาบันระดับโลกเพื่อกลับมาพัฒนาวงการสาธารณสุขไทย และต่อมาได้เพิ่มสาขาวิชาอื่นๆ ขึ้นอีก ด้วยทรงตระหนักว่าประเทศไทยยังขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญในวิทยาการต่างๆ ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการร่วมกันพัฒนาชาติบ้านเมือง โดยเป็นทุนที่ไม่ต้องใช้คืน แต่เป็นเหมือนกับ “สัญญาใจ” ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่จะนำความรู้ความสามารถกลับมาทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไป
ทรงแก้ปัญหาขาดสารไอโอดีนต้นตอโรคคอพอกช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งทำให้ต่อมาได้มีการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องขาดสารอาหารไอโอดีนให้กับประชาชนทั่วไปอย่างเป็นรูปธรรม, โครงการนมฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุซึ่งต่อยอดจากโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน โดยศูนย์รวมนมโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เป็นโรงนมแห่งแรกในประเทศไทยที่ผลิตนมผสมฟลูออไรด์ เพื่อแก้ปัญหาฟันผุในเด็กไทย
ทรงห่วงใยและใส่ใจในคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งในช่องปากที่ทำให้มีปัญหาในการเคี้ยวและกลืนอาหาร โดยทรงสนับสนุนให้มีการทำวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยโดยเฉพาะ โดยเป็นอาหารเจล ผู้ป่วยสามารถเคี้ยวและกลืนได้โดยง่าย สารอาหารครบถ้วน และรสชาติหลากหลาย
*****************************
“พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน”
กระทรวงศึกษาธิการได้ถวายพระราชสมัญญา แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยทรงมีพระราชกรณียกิจที่เป็นประโยชน์แก่วงการศึกษานานัปการ ทรงส่งเสริมการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ รวมทั้งกองทุนที่ก่อประโยชน์แก่นักเรียน นักศึกษาและประชาชน โดยเฉพาะหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งสำคัญยิ่งแก่สังคมไทยและวงการศึกษา
“การให้การศึกษานั้น กล่าวโดยจุดประสงค์ที่แท้จริงคือ การสร้างสรรค์ความรู้ ความคิด พร้อมทั้งคุณสมบัติและจิตใจที่สมบูรณ์ให้เกิดขึ้นในตัวบุคคล เพื่อช่วยให้เขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมั่นคงและราบรื่น ทั้งสามารถบำเพ็ญประโยชน์สุขเพื่อตน เพื่อส่วนรวมได้ตามควรแก่อัตภาพ ผู้ทำหน้าที่ด้านการศึกษาทุกฝ่ายทุกระดับควรจะได้มุ่งทำงานเพื่อวัตถุประสงค์นี้ยิ่งกว่าสิ่งใด...” พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร 27 พฤศจิกายน 2515
ด้วยทรงตระหนักดีว่า การพัฒนาการศึกษาของเยาวชนนั้นเป็นพื้นฐานสำคัญของประเทศชาติ อาทิ ทรงโปรดเกล้าฯให้ตั้งโรงเรียนจิตรลดาขึ้นสำหรับพระราชโอรสพระราชธิดา บุตรข้าราชบริพารในพระราชวัง และเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้ร่วมเรียนด้วย, ทรงมีพระราชดำริให้ก่อสร้าง “โรงเรียนร่มเกล้า” เพื่อให้เยาวชนแนวชายแดนทุรกันดารได้รับโอกาสทางการศึกษา , โรงเรียนราชวินิต โรงเรียนวังไกลกังวล โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ โรงเรียนราชประชาสมาสัยในพระบรมราชูปถัมภ์ โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ โรงเรียนเพื่อลูกหลานชนบท โรงเรียนสงเคราะห์เด็กยากจน โรงเรียนเบญจมราชาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นต้น
พระราชทานทุนการศึกษาแก่นักเรียนเฉพาะกรณี ได้แก่ ทุนพระราชทานแก่นักเรียนชาวเขา ทุนพระราชทานแก่นักเรียนเฉพาะสถานศึกษาและรางวัลพระราชทานแก่นักเรียนและโรงเรียนดีเด่น ทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับสงฆ์ไทย และทุนเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สาเร็จการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ของรัฐตั้งแต่ปี พ.ศ.2493 แม้จะทรงมีพระราชภารกิจมากมาย
มีการรวบรวมสถิติว่า ทรงเริ่มพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกเมื่อพ.ศ.2493 เมื่อนับรวมถึง พ.ศ.2529 คำนวณได้ว่าเสด็จฯ พระราชทานปริญญาบัตร 490 ครั้ง ประทับครั้งละ 3 ชั่วโมง ทรงยื่นพระหัตถ์พระราชทาน 470,000 ครั้ง น้ำหนักปริญญาบัตรฉบับละ 3 ขีด รวมน้ำหนักทั้งหมด 141 ตัน
โดยมีพระราชกระแสรับสั่งว่า “เสียเวลายื่นปริญญาบัตรให้บัณฑิตคนละ 6-7 วินาทีนั้น แต่ผู้ได้รับนั้นมีความสุขเป็นปีๆ เปรียบกันไม่ได้เลย”
ทรงมีพระราชดำริให้จัดทำโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนครบทุกแขนงวิชา ทั้งยังทรงมีพระราชกรณียกิจด้านการศึกษานอกโรงเรียน อีกมากมาย ได้แก่ โรงเรียนพระดาบส ศาลารวมใจ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้งโปรดเกล้าฯให้จัดตั้ง “มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม” ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อให้เด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ขาดแคลนครู อุปกรณ์การเรียน การเดินทางยากลำบาก ได้มีโอกาสเรียนรู้ มีการส่งสัญญาณจากโรงเรียนวังไกลกังวล ในระบบดาวเทียมไปยังโรงเรียนปลายทางคือโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ตามจังหวัดต่างๆ จนเรียกเป็นการเรียนจาก ‘ครูตู้’ ครูในจอโทรทัศน์ กระทั่งหลายประเทศสนใจขอศึกษาดูงานโครงการการศึกษาทางไกลเพื่อเป็นต้นแบบนำไปปรับใช้
************************
พระราชสมัญญา “ครูวิศวกรรมจราจรของแผ่นดิน”
ทรงทราบถึงปัญหาใหญ่ของชาวกทม. ที่ต้องใช้เวลาอยู่บนท้องถนนเป็นเวลานาน โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน ทรงเล็งเห็นว่าเป็นเพราะถนนมีไม่เพียงพอกับจำนวนรถ การขยายถนนจะช่วยให้การจราจรคล่องตัวขึ้น จึงพระราชทานแนวทางพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาการจราจรหลายวิธี อาทิ โครงการแรกที่ได้พระราชทานแนวพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาจราจร คือโครงการถนนรัชดาภิเษก จากที่รัฐบาลในขณะนั้น จะสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ถวายเพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสครองราชย์ครบ 25 ปี โดยได้พระราชทานให้เป็นของขวัญสำหรับประชาชนแทน
โครงการทางคู่ขนานลอยฟ้า ถนนบรมราชชนนี เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริเพื่อบรรเทาปัญหาจราจรในกทม. โดยเพิ่มขีดความสามารถรองรับการจราจรบริเวณถนนบรมราชชนนีจากสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าถึงทางแยกถนนสิรินธร จากที่เสด็จฯไปเยี่ยมสมเด็จย่าทรงพระประชวรและประทับรับการถวายการรักษาที่รพ.ศิริราช ทำให้ทรงเห็นปัญหาหนักในถนนเส้นนี้ด้วยพระองค์เอง
โครงการก่อสร้างสะพานพระราม 8 จากที่มีโครงการพระราชดำริทางคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนี ทำให้การจราจรคล่องตัว แต่เกิดปัญหา “คอขวด” บริเวณสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่ ให้เชื่อมต่อทางคู่ขนานลอยฟ้า ถนนบรมราชชนนี บริเวณแยกอรุณอัมรินทร์ผ่านถนนอรุณอัมรินทร์ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่ฝั่งพระนคร โดยไม่ต้องผ่านถนนราชดำเนิน ไม่ไปเพิ่มความแออัดในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์
รวมทั้งโครงการขยายสะพานผ่านฟ้าลีลาศ, สะพานคู่ขนานสะพานมัฆวาน, ปรับปรุงวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยรองรับปัญหาจราจร โครงการ “ถนนเลียบทางรถไฟสายธนบุรี (สายสุทธาวาส)” จากที่ทรงพบปัญหาการจราจรหนาแน่นในพื้นที่รายรอบโรงพยาบาลศิริราช และได้มีพระราชดำริให้สร้างทางสายใหม่ขึ้นหลากหลายโครงการ โครงการถนนเลียบทางรถไฟสายธนบุรี (ถนนสุทธาวาส) เป็นหนึ่งในโครงการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกขึ้น
*************************
พระบิดาแห่งการจัดการทรัพยากรน้ำ
น้ำท่วมเป็นอีกปัญหาอมตะของชาวกทม. ได้พระราชทานแนวพระราชดำริให้มีระบบการบริหารจัดการด้านน้ำท่วมในวิธีการที่ตรัสว่า แก้มลิง ซึ่งได้พระราชทานพระราชอรรถาธิบายว่า
“...ลิง โดยทั่วไปถ้าเราส่งกล้วยให้ ลิงจะรีบปอกแล้วเอาเข้าปากเคี้ยวแล้วเอาไปเก็บไว้ที่แก้มลิงจะเอากล้วยเข้า ไปไว้ที่กระพุ้งแก้มได้เกือบทั้งหวี โดยเอาไปไว้ที่แก้มก่อนแล้วจึงนำมาเคี้ยวบริโภคและกลืนกินเข้าไปภายหลัง...”
เปรียบได้กับการขุดคลองเพื่อชักน้ำมารวมกันเป็นบ่อพัก แล้วค่อยระบายลงทะเลอ่าวไทยตามจังหวะขึ้นลงของน้ำทะเล เป็นการอาศัยแรงโน้มถ่วงในช่วงหน้าฝน และป้องกันน้ำเค็มรุกล้ำเข้าแม่น้ำลำคลองและพื้นที่การเกษตรได้อีกทาง
โดยเฉพาะประจักษ์ชัดกับ โครงการคลองลัดโพธิ์ ที่สะท้อนพระอัจฉริยภาพ ทรงประยุกต์วิทยาศาสตร์และธรรมชาติ แก้น้ำท่วมยั่งยืนโดยบรรเทาน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี 2554 ไม่ทำให้น้ำท่วมพระประแดง จ.สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ ชั้นใน
ทุกข์ของประชาชนไม่เคยรอดพ้นพระเนตรพระกรรณ ทรงห่วงใยประชาชน แม้กระทั่งทรงพระประชวร ก็ยังคงทรงงานเพื่อประชาชน
“พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ้น ทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา”
(“กฤษณาสอนน้องคำฉันท์” สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส)
ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ ....