ปลัดสธ.ชี้ตัวเลขโควิดคงไม่ลดไปกว่านี้แล้ว ยืนหลักหมื่น/วัน หลังคลายล็อก
ระบุจะเป็นการอยู่ร่วมกับโรคอย่างปกติ ที่จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นไป คาดจะเริ่มในพื้นที่ระบาดสูงสุดก่อน อาทิ กทม. แต่บอกไม่ได้ว่าเมื่อไร เน้นให้รักษามาตรการป้องกันตัวเองอย่าประมาท
เมื่อวันที่ 21 ก.ย.64 นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 คาดการณ์จากนี้อัตราการติดเชื้อจะค่อยๆ ลดลง แต่จะไม่ลดลงมาไปมากกว่านี้ เหลือเพียงหลักหมื่นคนต่อวัน เพราะการผ่อนคลายมาตรการ กิจการบางอย่าง ซึ่งถือว่าช่วยให้ระบบเศรษฐกิจดีขึ้น คนมีงานทำ ได้กลับไปใช้ชีวิตปกติ แต่มาตรการต่างๆ ในการป้องกันตนเองยังต้องเข้มข้นเหมือนเดิม เพื่อให้การใช้ชีวิตจากนี้เป็นการอยู่ร่วมกับโควิดได้อย่างปกติ
ปลัดสธ.กล่าวว่า เชื่อว่าไม่นานจากนี้โควิดจะกลายเป็นโรคประจำถิ่น โดยคงเริ่มในพื้นที่มีการระบาดมากก่อน และไม่มีผู้ป่วยอาการรุนแรง,มีการรับวัคซีนจำนวนมาก เช่น กทม. และภูเก็ต ส่วนการบ่งบอกทางวิชาการว่าเมื่อไหร่จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นนั้น ไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจน เพียงแต่ว่าโรคนี้จะค่อยๆ หายไปหรือป่วยแต่ก็ไม่มีอาการรุนแรงอีกต่อไป เช่น พื้นที่ กทม.ขณะนี้พบการติดเชื้อรายใหม่วันละ 2,000-3,000 คน
ทั้งนี้ ขณะนี้สถานการณ์เตียงพบว่าเตียงสีแดงเริ่มดีขึ้น เตียงสีเหลือง เหลือว่างหลักร้อย เตียงสีเขียวเหลือว่างถึงหลักพันคน แต่ต้องไม่ประมาท และเมื่อมีชุดตรวจ ATKที่ สปสช.จัดซื้อ 8.5 ล้านชุดกระจายไปให้ประชาชน หากมีความเสี่ยงควรมีการตรวจด้วย หรือทางหน่วยงานควรตรวจพนักงานสัปดาห์ละครั้ง จะช่วยในการคัดกรองไปในตัว