สธ.เผยข้อมูลล่าสุด!โอไมครอน เจาะปอดน้อยกว่าเดลต้า แต่แพร่เร็วกว่า 70 เท่า ลามไทยแล้ว 16%
พบในแล็บกทม.40% ต่างจังหวัด 8% พบข้อมูลจากฮ่องกงอันตรายน้อยกว่าเดลต้าแต่แพร่ไวกว่าถึง 70 เท่าตัว เพราะปล่อยเชื้อเยอะมาก
เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.64 นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์โควิดสายพันธุ์ใหม่โอไมครอนในประเทศไทย ว่า ขณะนี้พบเชื้อโอมิครอนแล้วใน 106 ประเทศ และอาจมีมากกว่านี้ เพราะบางประเทศอาจไม่ได้ตรวจหาสายพันธุ์ ขณะที่สหรัฐฯพบผู้ติดเชื้อเกือบครบทั้ง 50 รัฐแล้ว ทั้งนี้ โอไมครอนมี 3 สายพันธุ์ย่อย ได้แก่ BA.1 2 และ 3 ซึ่งที่ระบาดตอนนี้คือ BA.1 หรือสายพันธุ์เดิมที่มีการกลายพันธุ์ในช่วงแรก และยืนยันว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังสามารถตรวจจับได้ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อกลายพันธุ์ชนิดใด
ทั้งนี้ ที่ฮ่องกง มีการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) โดยนำเชื้อโอมิครอนใส่เข้าไปในทางเดินหายใจ หรือหลอดลม พบว่าแพร่ขยายเร็วมากกว่าเชื้อเดลต้า ประมาณ 70 เท่า แต่พอไปลงไปถึงปอด ที่จะเป็นจุดที่อันตราย พบว่าไม่ทำลายเนื้อปอดมากเท่ากับเชื้อเดลต้า ซึ่งนี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่อธิบายว่า เหตุใดเชื้อโอไมครอนถึงแพร่เร็ว เพราะมีปริมาณเชื้อจำนวนมากในทางเดินหายใจส่วนบน แต่กลับไม่ค่อยมีอันตรายมาก แต่อย่างไรก็ตาม ยังเป็นเพียงการศึกษาหนึ่งเท่านั้น
ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทย นพ.ศุภกิจกล่าวว่า ล่าสุด ยังไม่มีเคสโอไมครอนตั้งต้นในประเทศ ส่วนการตรวจคนเดินทางมาจากต่างประเทศ และการสุ่มตรวจสายพันธุ์ในประเทศรอบนี้ไม่เจอเชื้ออัลฟ่า และเบต้า แต่พบสายพันธุ์เดลต้า 732 ราย โอไมครอน สะสม 205 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 180 ราย ชาวไทยที่ไม่เคยมีประวัติไปต่างประเทศ 25 ราย โดยยังเป็นการติดเชื้อที่มีสัมพันธ์กับผู้ที่กลับมาจากต่างประเทศ โดยมีคลัสเตอร์ใหญ่ที่สุด คือ สามีภรรยา ที่ จ.กาฬสินธุ์ ตรวจพบเชื้อรวม 22 ราย โดยมี 5 ราย ที่ตัวอย่างไม่สมบูรณ์อยู่ระหว่างเก็บสิ่งส่งตรวจใหม่ ส่วนคลัสเตอร์อื่นอยู่ระหว่างสอบสวนโรคคือ คลัสเตอร์ 3 ราย จากกลุ่มผู้แสวงบุญ ขณะที่ภาพรวมภายในประเทศเกือบพันตัวอย่าง พบว่าเป็นการติดเชื้อโอไมครอน ร้อยละ 16 พบจากการตรวจแล็บในกทม. ร้อยละ 40 ภูมิภาค ร้อยละ 8 โดยที่ในกทม.มีมากเพราะมีการส่งตัวอย่างมาตรวจ