ปลัดสธ.ยังไม่ปรับลดระดับเตือนภัย ขอประเมินโอไมครอนอีกครั้ง
วันนี้(19 ม.ค. 65)นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการประกาศลดระดับเตือนภัยการระบาดโควิด-19 จากระดับ 4 เป็นระดับ 3 คงต้องมีการหารือกันอีกครั้ง ในวันที่ 20 ม.ค.นี้ เพราะต้องพิจารณาหลายอย่าง เนื่องจากการติดเชื้อแล้วอาการไม่รุนแรง ไม่ค่อยกลัว แต่ที่กลัวคือการระบาดมาก จะทำให้เกิดปัญหาได้ ซึ่งตามหลักวิชาการโอไมครอนต้องดู 4 รอบการติดเชื้อถึงจะสามารถคำนวนตัวเลขทางสถิติได้...
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการติดเชื้อโอไมครอนสะสมประมาณ 1 หมื่นราย คิดเป็นสัดส่วน 60 % ของเชื้อที่ระบาดในไทยตอนนี้ ส่วนใหญ่ 95-96 % อาการน้อย ส่วนที่มีอาการมากมีประมาณ 2-3 % ส่วนกรณีเสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และมีโรคประจำตัว ขณะนี้ผู้เสียชีวิตจากเชื้อโอมิครอนตอนนี้ยืนยันที่ 2 ราย เป็นผู้สูงอายุและมีโรคประตัว และมีอีก 1 ราย ที่ติดเชื้อโอมิครอนอาการรุนแรง แต่มีปัญหาเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง และวัณโรคลงปอด ดังนั้นเราจะเอาข้อมูลมาวิเคราะห์ว่ากรณีที่อาการหนัก หรือกรณีที่เสียชีวิตนั้นนั้นเป็นเพราะต้นทุนสุขภาพเดิมที่ไม่ดีอยู่แล้ว หรือเป็นเพราะเชื้อโอมิครอน
นพ.เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่าสถานการณ์ในภาพรวมการติดเชื้อระลอกล่าสุดยังทรงตัวมาอย่างต่อเนื่อง แต่บอกไม่ได้ว่าเลยจุดพีคไปแล้วหรือยัง แต่คาดว่าสถานการณ์คงเป็นไปในระกับนี้ และแนวโน้มจะต่ำลง กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้เบาใจ เพราะเราต้องเต็มที่ทุกครั้ง สถานการณ์วันนี้ยังรับมือได้ แต่ก็ต้องระมัดระวังเพราะบางพื้นที่ระบาดเร็วมาก แต่จะเห็นว่าครั้งนี้คุมได้เร็วเพราะเราเตรียมกำลังพร้อมมาตั้งแต่ช่วงคริสมาสต์ การยกระดับเตือนภัย และประชาชนให้ความร่วมมือในการสวมหน้ากากอนามัย และการฉีดวัคซีน
นพ.เกียรติภูมิ ยังกล่าวว่า สธ.จะมีการเสนอเพิ่มมาตรการแน่นอน เพราะขณะนี้ยังพบการติดเชื้อของคนเดินทางเข้าประเทศ จึงต้องมีมาตรการเพิ่ม โดยเฉพาะค่าตรวจ RT-PCR ซึ่งก่อนหน้านี้กรมควบคุมโรคเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการตรวจในครั้งที่ 2 คิดเป็นเงินมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ดังนั้นในการเปิด Test & Go จะต้องให้ผู้เดินทางเข้ามาเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ทั้งหมด ซึ่งจะตรวจ 3 รอบ คือ วันแรกที่เดินทางถึงไทย ครั้งที่ 2 ตรวจภายใน 7 วัน และครั้งสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่องออกนอกประเทศ นอกจากนี้ยังต้องให้มีการซื้อประกันสุขภาพที่ครอบคลุมการรักษาตามหลักเกณฑ์ของประเทศไทยทุกระบบ จากเดิมที่ครอบคลุมเพียงการเข้ารักษาที่รพ.เท่านั้น หากบริษัทประกันต่างชาติที่ซื้อมาไม่ครอบคลุม ก็ต้องให้ซื้อเพิ่มที่ประเทศไทย