"ศูนย์จีโนมฯ" เผยไทมไลน์ฝีดาษลิง ชี้ปี 2561 พบสัญญาณเตือนภัยไนจีเรีย

คุณภาพชีวิต9 มิ.ย. 2565 • 03:08 น.
"ศูนย์จีโนมฯ" เผยไทมไลน์ฝีดาษลิง ชี้ปี 2561 พบสัญญาณเตือนภัยไนจีเรีย

วันที่ 9 มิ.ย.65  เพจ Center for Medical Genomics โดย  ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ภาพและข้อความ ระบุว่า  ... 

 

รหัสพันธุกรรมของไวรัสฝีดาษลิงทั้งจีโนมจากหลายประเทศทั่วโลกได้ถูกทยอยอัปโหลดเข้าไปแชร์บนฐานข้อมูลรหัสพันธุกรรมของจุลชีพนานาชาติ “GISAID” ทางศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯได้ใช้โปรแกรม "Nextstrain" เข้ามาร่วมวิเคราะห์กับข้อมูลทางระบาดวิทยาพบว่า (ดูหมายเลขในภาพประกอบ)

 

(1) ห้าปีก่อน (พ.ศ. 2560/2017)ได้เกิดการระบาดของโรคฝีดาษลิงอย่างไม่ปรกติในไนจีเรีย รายแรกพบเด็กชายอายุ 11 ขวบเกิดแผลที่บริเวณผิวหนังในเดือนกันยายน พ.ศ. 2560 เป็นการติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีการแพร่ไปยังผู้อื่นอีก 12 คน โรคจึงถูกควบคุมสงบลง

 

(2) ในปี 2561/2018 จนถึงปัจจุบันปี 2565 ในไนจีเรียยังคงพบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจำนวนมากกว่า 500 ราย (สัญญาณเตือนภัยที่นานาชาติมองข้าม)

หมายเหตุ ศูนย์ควบคุมโรคแห่งไนจีเรีย (NCDC) แถลงว่า

“ระหว่างเดือนกันยายน 2560 ถึง 30 เมษายน 2565 มีผู้ป่วยยืนยันแล้ว 558 ราย เสียชีวิต 8 รายจาก 22 รัฐ” โดย

“ในจำนวนนี้ มีผู้ป่วย 15 รายที่ได้รับการยืนยันในปี 2565 เพียงปีเดียว จึงไม่ถือว่ามีเป็นการแพร่ระบาดใหญ่ (outbreak) ของไวรัสฝีดาษลิงในไนจีเรีย”

 

(3) ในปี 2561/2018 พบการติดเชื้อฝีดาษลิงในยุโรป สหราชอาณาจักร และอิสราเอล จากผู้ที่เดินทางมาจากไนจีเรีย

(4) ในปี 2562/2019 พบการติดเชื้อที่สิงคโปร์จากผู้ที่เดินทางมาจากไนจีเรีย

 

(5) ในปี 2565/2022 พบการระบาดของไวรัสฝีดาษลิง 2 สายพันธุ์ (clade) ในสหรัฐอเมริกา พร้อมกัน

a. สายพันธุ์แรกระบาดในปี 2564 และ 2565 รหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมคล้ายสายพันธุ์ที่ระบาดในไนจีเรียเมื่อปี 2560

b. สายพันธุ์ที่สองพบระบาดในปี 2565 รหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมคล้ายสายพันธุ์ที่ระบาดในยุโรปในขณะนี้

ส่วนสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และอิสราเอลพบการระบาดสองสายพันธุ์ เช่นกันแต่ต่างปีกัน (ดูรูปแผนที่)

 

(6) เกิดการระบาดใหญ่ของไวรัสฝีดาษลิงโดยพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่องขณะนี้มีจำนวนมากกว่า 1,000 คน ส่วนใหญ่พบในยุโรป มีการกลายพันธุ์ต่างไปจากไวรัสฝีดาษลิงดั้งเดิมมากกว่า 40 ตำแหน่ง

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพ เพจ Center for Medical Genomics