ยังไร้คอนเฟิร์ม! เกลือรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

คุณภาพชีวิต20 พ.ค. 2563 • 08:20 น.
ยังไร้คอนเฟิร์ม! เกลือรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
สรรพคุณมากมายของเกลือ ที่ไม่เพียงจะอยู่แต่ในครัว ยังเป็นตัวช่วยนานาสารพัน ชนิดที่เรียกว่า เค็มแต่ดีจริงๆ ตัวจริง แต่กระนั้น การใช้เกลือโดยเฉพาะที่สัมพันธ์กับโรคภัยไข้เจ็บ มีคำแนะนำจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ผ่านเพจ Fda thai โดยระบุ “ข่าวมั่วมาไวในอินเทอร์เน็ต อ้างใช้เกลือใส่กระสอบผ้าประคบร้อน แก้อาการปวดอักเสบ จริงหรือไม่ มาติดตามกัน หมอนรองกระดูกสันหลัง เป็นอวัยวะที่ช่วยรองรับแรงกระแทกของร่างกาย แทรกอยู่ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อ มีลักษณะคล้ายลูกโป่งใส่วุ้น จึงสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้เล็กน้อยเมื่อได้รับแรงกด หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท คือการที่เปลือกนอกของหมอนรองกระดูกฉีกขาดทำให้ของกึ่งเหลวคล้ายวุ้นภายในเคลื่อนตัวออกมากดทับเส้นประสาท เกิดอาการปวดหลังร้าวลงขา ชาขาถึงปลายเท้า หรือมีอาการกล้ามเนื้อขาอ่อนแรงร่วมด้วย สาเหตุของหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่ เกิดจากความเสื่อมตามอายุของผู้ป่วย และการได้รับแรงกระทำต่อกระดูกสันหลังที่มากเกินไป เช่น การเล่นกีฬา การยกของหนัก หรือนั่งทำงานเป็นเวลานาน การรักษาขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรง โดยผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง แพทย์อาจรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัด ร่วมกับการรับประทานยาเพื่อประคับประคองอาการ ซึ่งหากผู้ป่วยที่รักษาด้วยวิธีนี้ไม่ได้ผล แพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยวิธีการผ่าตัด โดยต้องผ่านการคัดกรอง และประเมินจากศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางก่อน ซึ่งจากกระแสในอินเทอร์เน็ตมีการอ้างว่า ใช้เกลือใส่กระสอบผ้าประคบร้อน สามารถรักษาอาการหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทจะจริงหรือไม่ เราต้องมาทำความรู้จักกับเกลือกันก่อน เกลือมีคุณสมบัติเย็น รสเค็ม มีสรรพคุณดับร้อนถอนพิษ ทำให้เลือดเย็น ช่วยระบาย ระงับอาเจียน จะเห็นได้ว่าเกลือไม่มีสรรพคุณในการรักษาโรคหมอนรองกระดูกสับหลังทับเส้นประสาท การประคบร้อนโดยทั่วไปอาจช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้ดีขึ้น และลดอาการปวดได้เท่านั้น แต่ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการที่น่าเชื่อถือได้ ว่าสามารถรักษาโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทได้จริง แนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ จะดีกว่าการเชื่อคำกล่าวอ้างที่แชร์กันอย่างแพร่หลายในอินเทอร์เน็ต สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์”