สธ.เร่งหามาตรการรองรับเปิดผับบาร์

คุณภาพชีวิต11 พ.ค. 2565 • 17:00 น.
สธ.เร่งหามาตรการรองรับเปิดผับบาร์
"อนุทิน"ชี้ไม่ต้องรอประกาศโรคประจำถิ่น ขอคนไทยร่วมมือสกัดโควิด เร่งหามาตรการก่อนเปิดผับบาร์ ย้ำตายจากโควิดเป็นกลุ่ม 608 เกือบ 100% ขณะที่ไทยพบติดเชื้อโควิดใหม่ ขยับขึ้น 7,650 ตาย 56 หายกลับบ้าน 9,322 ด้านผลตรวจ"ATK" เพิ่มกว่าเดิม 9,736 รวมยอดติดเชื้อโควิดใหม่เพิ่ม 17,386 ราย ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เมื่อวันที่ 11 พ.ค.65 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2565 ถึงประเด็นโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า สำหรับการทำให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น (Endemic) การระบุว่าจะประกาศวันที่ 1 ก.ค.นี้ หรือไม่ ก็ไม่สำคัญเท่าการได้รับความร่วมมือจากประชาชนทำให้ทุกวันเหมือนเป็นโรคประจำถิ่น หรือเป็นโรคชนิดหนึ่งอยู่แล้วในทุกวันโดยไม่ต้องประกาศอะไรเลยก็ได้ ตนสั่งการ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค หามาตรการเปิดผับ บาร์ คาราโอเกะ เพื่อให้เกิดความเป็นปกติมากที่สุด แต่ต้องให้ประชาชนตระหนักรู้การใช้ชีวิตในช่วงที่โควิดไม่ได้หายไป ขณะที่มีสายพันธุ์ใหม่เป็นเชื้อโอมิครอน BA.2 3 4 หรือ 5 "แต่หากข้อมูลยืนยันว่าไม่มีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ยังลดความรุนแรงหลังติดเชื้อได้ เราก็ต้องมูฟออน ส่วนหน้ากากอนามัยสวมไว้ก็ป้องกันโรคอื่นๆ ได้ ส่วนเรื่องของมาตรการผ่อนคลายเปิดผับ บาร์ คาราโอเกะ ทางกรมควบคุมโรคกำลังหาวิธีการที่จะเดินคู่กันไป ในวันนี้เราฉีดวัคซีนโควิด-19 กันมากกว่า 135 ล้านโดส เป็นเข็มแรก 81% เข็มสอง 74% และเข็มกระตุ้น 38% ยังต้องเร่งฉีดเข็มกระตุ้นมากขึ้น ขอให้ประชาชนเข้ารับวัคซีน เนื่องจากผู้เสียชีวิตจากโควิดเกือบ 100% เป็นกลุ่มเสี่ยง 608 คือผู้สูงอายุ มีโรคเรื้อรัง และรับวัคซีนไม่ครบ ทำให้ยิ่งมีความเสี่ยง หากรับเข็มสามแล้วเกิน 3 เดือน ให้มารับเข็มสี่ได้ทันที ส่วนคนทั่วไปรับเข็มสามครบ 4 เดือน ให้มารับเข็มสี่ เพื่อให้กลุ่ม 608 มีภูมิคุ้มกันตลอดเวลา ยิ่งคนรับครบ 2 โดส มาตั้งแต่ พ.ค.64 ให้รีบมารับเข็มกระตุ้น” นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ฉะนั้นเราต้องวางแผนและแก้ไขสถานการณ์หน้างานด้วย เพื่อให้ทุกภาคส่วนไปได้ อย่างที่ตนไปพบผู้ประกอบการ ก็ยังไม่มีใครคัดค้านในการเปิด ทุกคนต่างสนับสนุน แต่ขอให้ทำความเข้าใจให้ประชาชนใช้ชีวิตให้ปลอดภัย ตอนนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน ที่ความเห็นต่างกัน บางคนไม่ยอม บางคนยอม แต่ตอนนี้ทุกคนพร้อมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวโน้มการเป็นโรคประจำถิ่นจะขยับขึ้นมาได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างเพิ่งไปเน้น เพราะหากเทียบเทศกาลสงกรานต์ปีนี้กับปีที่แล้ว พบว่า ปีนี้ทุกคนเดินทางได้ มีความสุขมากขึ้น ร้านค้าได้ขายของ แต่ที่สำคัญคือ คนไทยยังสวมหน้ากากอนามัยอยู่เป็นเรื่องที่ต้องปลื้มใจ อย่างไรก็ตาม หากเราพบเห็นชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยมากขึ้น แต่หย่อนมาตรการหน้ากากอนามัย เราก็ต้องเตือน หรือประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแล ซึ่งตรงนี้อาจต้องมีมาตรการดูแล แต่หากเรามองในแง่ของเรื่องเศรษฐกิจก็เป็นการกลับมาของนักท่องเที่ยวที่ทำให้ประเทศไทยมีชีวิตชีวามากขึ้น ตอนนี้ไม่ใช่การควบคุมโรค เป็นการควบคุมพฤติกรรม สังเกตคนรอบข้างให้สวมหน้ากากอนามัย วันเดียวกัน ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่จำนวน 7,650 ราย จำแนกเป็น ติดเชื้อในประเทศ 7,647 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 3 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ 1 ม.ค.65 มีจำนวน 2,121,783 ราย หายป่วยกลับบ้าน 9,322 ราย ทำให้ยอดหายป่วยสะสม ตั้งแต่ 1 ม.ค.65 มีจำนวน 2,069,198 ราย ผู้ป่วยกำลังรักษา 78,274 ราย และเสียชีวิต 56 ราย รวมเสียชีวิตสะสมตั้งแต่ ปี 2563-ปัจจุบัน จำนวน 29,252 ราย ส่วนจำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 1,387 ราย เฉลี่ยจังหวัดละ 18 ราย อัตราครองเตียง ร้อยละ 18.0 ด้านข้อมูลกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7,650 ราย โดยพบผลตรวจ ATK เพิ่มอีก 9,736 ราย (เพิ่มจากเมื่อวาน 3,424 ราย)รวมผลตรวจ ATK สะสมจำนวน 1,649,093 ราย โดยเมื่อรวมผลตรวจ ATK แล้วจะทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 17,386 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตวันนี้เพิ่มขึ้น 56 ราย (จากเมื่อวันที่ 10 พ.ค.จำนวน 53 ราย)