“กรมสบส.” ซาวเสียงผู้ประกอบการล้านนา หนุนเปิดเมืองกระตุ้นศก.
เปิดเวทีรับฟังเสียงผู้ประกอบการ ขอรัฐเร่งเยียวยากลุ่มธุรกิจบริการ โดยเฉพาะนวด-สปา ขอพักชำระดอกเบี้ย-ภาษี เว้นค่าธรรมเนียมรายปี กองทุนเยียวยา หนุนพัฒนาเชียงใหม่เป็นเมืองเวชนคร
นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังประชุมเตรียมความพร้อมใน 4 ผลผลิตหลัก (Medical Service , Wellness , Product และ Academic) ที่มีศักยภาพสูง ที่จ.เชียงใหม่ เมื่อปลายเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งการเลือกไปเยือนจ.เชียงใหม่ เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่โด่งดังติดอันดับโลก มีความเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ผู้คนทั้งไทยและต่างชาตินิยมเดินทางมาท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 2-3 ล้านคนต่อปี เมื่อสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ Covid-19 เริ่มคลี่คลาย จึงมีแนวคิดสนับสนุนให้มีการเปิดเมืองเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแบบระมัดระวัง โดยเปิดเวทีรับฟังเสียงผู้ประกอบการ เพื่อนำบทสรุปไปพัฒนาให้เกิดเป็นมาตรการทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นำรายได้เข้าสู่ประเทศ และยังได้ลงพื้นที่ศึกษาระบบการดำเนินการรองรับการกักตัวในสถานกักกันแห่งรัฐทางเลือก (Alternative Hospital Quarantine) ณ การท่าอากาศยานเชียงใหม่ และดูงานการพัฒนาเมืองต้นแบบบริการสุขภาพและศูนย์นวัตกรรมสุขภาพเชียงใหม่ ณ มหาวิทยาลัยพายัพอีกด้วย
นางเสาวภา จงกิตติพงศ์ ผอ.กองสุขภาพระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า จากการรับฟังเสียงของผู้ประกอบธุรกิจบริการสุขภาพในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ข้อสรุปโครงการเร่งด่วน (Quick Win) สำหรับจ.เชียงใหม่ ใน 2 ประเด็นหลักๆ คือ 1.การเยียวยาเร่งด่วนให้กับผู้ประกอบการในธุรกิจบริการ โดยเฉพาะธุรกิจนวด/สปาที่ต้องการเยียวยาเร่งด่วน โดยผู้ประกอบการร้องขอให้รัฐบาลสนับสนุนแหล่งเงินทุนหรืองบประมาณให้เปิดกิจการ ขอพักชำระดอกเบี้ยและภาษี เว้นการชำระค่าธรรมเนียมรายปี มีกองทุนเยียวยาพิเศษ และเปิดโอกาสให้สถานประกอบการขนาดเล็กเข้าถึงโครงการของรัฐได้เป็นกรณีพิเศษ ไปจนถึงข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการยกเว้นการร่วมจ่าย (Co-payment) ในระบบประกันสังคม การสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวด้วยการพัฒนา Villa Quarantine รองรับการทำจับคู่ประเทศ (Travel Bubble) การกำหนดนโยบายราคาเดียว (One Price Policy) และยกระดับเชียงใหม่ให้เป็น Hub รองรับผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ยังมีข้อเรียกร้องที่สำคัญ คือ ต้องการให้เปิดสนามบินนานาชาติเชียงใหม่/ด่านทางบก เพื่อให้ผู้ป่วยและผู้ติดตามชาวต่างชาติ และชาวไทยกลับมาใช้บริการสุขภาพได้
2.การพัฒนาเชียงใหม่ให้เป็นเมืองเวชนครอย่างรวดเร็ว โดยให้ส่งเสริมการลงทุนเป็นกรณีพิเศษ ให้มีการอนุญาตทำวิจัย/จริยธรรม การอนุญาตของ อย. และการพัฒนาไอเดียสู่ต้นแบบที่จับต้องได้ (Prototype) ในอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ โดยข้อสรุปทั้งหมดนั้น กรม สบส.ได้นำเสนอแก่นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ให้รับทราบ เพื่อนำไปสู่การผลักดันในเชิงนโยบายให้สัมฤทธิ์ผลต่อไป