นักวิชาการนิด้าชี้เริ่มเห็นสัญญาณกทม.ชนะศึกเดลตา แต่ขึ้นกับ 2 ปัจจัยชี้ขาด

คุณภาพชีวิต1 ต.ค. 2564 • 01:25 น.
นักวิชาการนิด้าชี้เริ่มเห็นสัญญาณกทม.ชนะศึกเดลตา    แต่ขึ้นกับ 2 ปัจจัยชี้ขาด
หลัง 5 เฟสแรกโดนตีย่อยยับ กำลังจะเห็นผลในเฟส 6 ผลจากกำลังสำคัญ-วัคซีน คาดหวังเดือนต.ค. การ์ดห้ามตก ไปฉีดวัคซีนทุกคน ชี้ถ้าฉีดได้ 90% บวกผู้คนยังคงมาตรการแม้เปิดเมือง เชื่อต้นธ.ค.จะยึดคืนกทม.กลับมาได้สำเร็จ ดร.สันต์ ศรีอรรฆ์ธำรง อาจารย์พิเศษคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อมนิด้า โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุ "Covid-19: ข่าวดีจากกราฟ การกอบกู้พระนครกำลังจะสำเร็จ และเรากำลังจะเอาชนะ Delta ได้ที่กรุงเทพฯ อย่างเด็ดขาด นับตั้งแต่เริ่มตรวจพบ Seed ของ Delta Wave#4 ในเขตกทม.ตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย. เวลาผ่านมายาวนาน 4 เดือนเต็ม มีผู้ติดเชื้อไป 395,043 คน ผู้เสียชีวิต 6,163 คน สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปถึง 5 เฟส และกำลังก้าวเข้าสู่เฟสที่ 6 ใน 5 เฟสเแรกเราย่อยยับ แต่ในเฟสที่ 6 จะเป็นเฟสที่เราจะเริ่มเห็นสัญญาณของชัยชนะที่เด็ดขาดต่อ Delta ในกรุงเทพมหานคร และเราจะได้แรงหนุนสำคัญจาก Vaccine Effect แล้ว เรื่องราวของแต่ละเฟสผ่านกราฟ %Increase เฟสที่ 1: The Exponential ต้นเดือน มิ.ย. 2564 มาตรการที่เคยกด Alpha ได้อยู่หมัด เมื่อมาเจอ Delta กลายเป็นโดนโจมตีที่ %Increase สูงถึง 14% และไม่มีทีท่าว่าจะลดลง จนทำให้สถานการณ์เอาไม่อยู่ต้องเข้าสู่การ Lockdown เฟสที่ 2: Bangkok 1st Lockdown ปลายเดือนมิ.ย.2564 มาตรการปิดแคมป์คนงาน และ Lockdown กรุงเทพฯ ซึ่งได้ผล สามารถกด %Increase ลงได้สำเร็จ ด้วยค่า Time Constant ของกราฟค่อนข้างดี ที่ 13 วัน เฟสที่ 3: 5% Trap กลางเดือน ก.ค. 2564 %Increase ในกทม.ลดลงมาถึง 5% ก็ติดอยู่ที่นี่ไม่ลงต่อ มีจำนวนคนที่ไม่ทำตามมาตรการมากจนเกินไป ยังเกิดสารพัดคลัสเตอร์ตลาดและโรงงานสถานการณ์ทรุดต่อเพราะ %Increase ระดับ 5% นั้นสูงเกินกว่าที่จะอยู่ตรงนี้ได้ เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อจะเพิ่มเป็น 2 เท่าทุกๆ 14 วัน เฟสที่ 4: Lockdown 29 จังหวัด ต้นเดือนส.ค. 2564 มาตรการถูกยกระดับขึ้น และได้ผลสำเร็จเมื่อ %Increase เริ่มลดลงอีกครั้งด้วย Time Constant 32.5 วัน แม้จะไม่ดีนัก แต่ดีพอที่จะทำให้สถานการณ์เริ่มเข้าสู่ขาลงในช่วงกลางเดือนส.ค. และจะเป็นขาลงอย่างต่อเนื่อง เฟสที่ 5: การผ่อนคลายมาตรการครั้งที่ 1 ต้นเดือน ก.ย. 2564 เราผ่อนคลายมาตรการในขณะที่ %Increase ยังสูงถึง 2% แต่กราฟจริงเส้นสีน้ำเงินยังสามารถรักษาแนวโน้มขาลงตามสีส้มประได้อย่างดีโดยไม่เปลี่ยนแปลง Time Constant ยังคงเป็น 32.5 วัน มีความเป็นไปได้ว่า ระดับการผ่อนคลายมีความเหมาะสมและได้สมดุลกับระดับการฉีดวัคซีนที่เริ่มมีนัยยะสำคัญในเขตกทม. เฟสที่ 6: 2nd Relax & Vaccine Effect ต้นเดือน ต.ค. 2564 จากกราฟที่วงกลมสีเขียวไว้ เราเริ่มเห็น Vaccine Effect ในเขตกรุงเทพฯอย่างเด่นชัดแล้วตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาปลายเดือนก.ย. คือมาตรการไม่ได้เข้มข้นขึ้นแต่กราฟจริงสีน้ำเงินเริ่มลดลงดีกว่าแนวโน้มเดิมสีส้มประ และเราจะต้องมาลุ้นกันว่าการผ่อนคลายมาตรการครั้งที่ 2 ที่จะเกิดขึ้นนั้นจะได้ Vaccine Effect มาช่วยให้กราฟรักษาแนวโน้มขาลงได้ต่อเนื่องหรือไม่ สิ่งที่ต้องคาดหวังในเดือนตุลาคมคือ 1. การผ่อนคลายอย่างมีวินัย อย่าสูญเสียโมเมนตัม 2. ไปฉีดวัคซีนทุกคน โดยเฉพาะนักเรียนที่จะเปิดเทอม ขอให้ได้ครบ 2 เข็ม 70% ก่อน 1 พ.ย. ตอนจบ: เฟสที่ 7: เปิดประเทศ 1 พ.ย. เปิดเศรษฐกิจเต็ม 100 ถ้าเราฉีดวัคซีนกันได้มากจริงๆ และรักษาแนวโน้มขาลงต่อไปได้อีก 1 เดือนเมื่อเปิดเมือง จะเกิดสมรภูมิแบบ Open Battle คือ ใครดีใครอยู่ Delta รบกับคนที่ฉีดวัคซีนแล้ว และ Delta รบกับคนที่ไม่ฉีดวัคซีน คนที่ฉีดวัคซีนเกือบทั้งหมดจะอยู่รอด คนที่ไม่ฉีดวัคซีนจะมีคนที่อยู่รอด และมีคนที่ร่วงโรยอีกไม่น้อย แต่สงครามจะสิ้นสุดลง และเราจะชนะอย่างเด็ดขาด "ถ้า" คนกทม.ทำได้ดีกว่าคนสิงคโปร์ สามารถทะลุยอด 90% ผมคิดว่ามีโอกาสสูงที่ Wave#5 จากการเปิดเศรษฐกิจในกทม.จะเล็กมาก และเราจะรักษาแนวโน้มขาลงได้ต่อไป และถ้าแนวโน้มยังคงวิ่งตามเส้นสีส้มประไม่เปลี่ยนแปลง เราจะลงถึง %Increase ที่ระดับ 0.1% ในช่วงต้นเดือนธ.ค. ซึ่งตัวเลขระดับนี้คือ ระดับปลอดภัยมาก และสามารถพูดได้เลยว่า เราสามารถยึดพระนครกลับคืนมาได้สำเร็จเด็ดขาดแล้ว ถึงที่สุดแล้ว สงครามจะจบลงครับ ส่วนแต่ละคนจะอยู่รอดจนจบหรือไม่ ก็อยู่ที่บุญวาสนาครับ แต่ถ้าไม่อยากพึ่งบุญวาสนามากนัก ก็ไปฉีดวัคซีนกันเถิดครับ ขอให้ได้ถึง 90% แล้วกรุงเทพฯจะเป็นเมืองที่ปลอดภัยที่สุดในโลกทันทีครับ