สภากาชาดไทยเชิญชวนบริจาค"พลาสมา" เหตุสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยหนักโควิดได้

คุณภาพชีวิต11 พ.ค. 2564 • 10:30 น.
สภากาชาดไทยเชิญชวนบริจาค"พลาสมา"  เหตุสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยหนักโควิดได้
สำหรับโควิด-19 ในไทย ระลอก 3 ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา เรียกว่านอกจากจะได้เห็นสารพัดวิกฤติที่เกิดขึ้นในประเทศไทยแล้ว ยังเห็นความเอื้ออาทรความมีน้ำใจของประชาชนชาวไทยทุกภาคส่วน ซึ่งหลังเทศกาลสงกรานต์ตัวเลขติดเชื้อรายใหม่ยังขยับสูงต่อเนื่อง จนมาถึงเดือนพฤษภาคม เพียงหนึ่งสัปดาห์ผู้เสียชีวิตสะสมพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตัวเลขของการพยายามเร่งฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในประเทศ ของรัฐบาลตอนนี้ มีตัวเลขสะสมกว่า 1.6 ล้านคน นอกจากวัคซีน แต่สิ่งหนึ่งที่สังคมอาจจะรับรู้ได้น้อย คือ การนำพลาสมา ซึ่งเป็นส่วนประกอบของโลหิตที่มีลักษณะเป็นของเหลวสีเหลืองใสประะกอบไปด้วยสารโปรตีนของผู้ที่หายป่วยจากโควิดแล้ว มาช่วยในการรักษาผู้ป่วยโควิด ทั้งนี้ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาด ไทย ได้เคยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีข้อความระบุว่า...โควิด-19 การรักษาด้วยพลาสมาจากผู้ที่หายป่วยแล้ว ขณะนี้พลาสมาจากผู้ที่หายป่วยหมดแล้ว ได้รับการรักษาไปมากกว่า 160 คนในรอบเดือนเมษายนนี้ ความต้องการขณะนี้สูงมาก เราจะนำพลาสมาที่มีภูมิต้านทานสูง มาให้กับ กลุ่มเสี่ยงสูง ที่เริ่มมีอาการปอดบวม และมีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ เท่ากับหรือน้อยกว่า 94% ทำให้การรักษาเริ่มแรกในช่วงที่ผู้ป่วยยังไม่สามารถสร้างภูมิต้านทานต่อไวรัสได้ เพื่อลดจำนวนไวรัส และจะลดการดำเนินโรคให้รุนแรงน้อยลง มีโอกาสรอดชีวิตได้มากขึ้น ขณะที่ ศ.นพ.ดร.อิศรางค์ นุชประยูร ที่ปรึกษาด้านวิชาการ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวถึงวิกฤตขาดแคลนพลาสมา ว่า การระบาดรอบแรกด้วยความที่โรคนี้ยังไม่มียารักษา จึงได้เชิญชวนผู้ป่วยโควิด–19 ที่รักษาหายแล้วมาบริจาคพลาสมา ตอนนั้นได้ผู้ที่หายแล้ว ด้วยการนำเลือดมาวิเคราะห์ตรวจสอบทำการคัดกรองคนที่จะมาบริจาคค่อนข้างละเอียด  โดยการรับบริจาคพลาสมารอบแรก มีคนสมัครมา 400 คน เมื่อคัดเลือกแล้ว มีเพียง 150 คน ที่สามารถบริจาคได้ โดยทำการเก็บพลาสมาครั้งละ 500 ซีซี เพราะคนที่ไม่ผ่านเจาะเลือดตรวจแล้วมีภูมิต้านทานโควิดต่ำ อายุเกิน 70 ปี เส้นเลือดมีขนาดเล็กไป มีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ หรือมีภาวะติดเชื้อที่อันตรายต่อผู้รับ เป็นต้น ก็ไม่สามารถบริจาคได้   สำหรับขั้นตอนการบริจาคพลาสมา จะเหมือนการเจาะเลือดธรรมดา ซึ่งการทำงานของเครื่องเจาะพลาสมา จะนำเลือดจากร่างกายไปปั่นแยกเกล็ดเลือดคืนผู้ป่วยจะเลือกเก็บไว้แต่พลาสมา หลังจากได้พลาสมาก็จะนำไปฆ่าเชื้อ ทำการตรวจคัดกรองอีกรอบ ผู้ที่บริจาคจะเชิญมาทุก 2 อาทิตย์ ซึ่งการมาแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที โดยต้องตรวจเช็กภูมิคุ้มกันก่อนทุกครั้ง หากผู้บริจาคมีภูมิคุ้มกันโควิดลดลงจะต้องหยุดบริจาค ซึ่ง ศ.นพ.ดร.อิศรางค์ กล่าวต่อว่า เหตุที่พลาสมาขาดแคลน เนื่องจากพลาสมาของคนป่วยที่หายจากการ ระบาดรอบแรกเก็บไว้เพียง 300 ยูนิตสามารถนำไปใช้รักษาคนไข้ได้ 300 คน แต่หลังการระบาด ระลอกสอง ยังไม่ได้นำพลาสมาที่เก็บไว้มาใช้เนื่องจากผู้ป่วยอาการหนักช่วงนั้นยังมีน้อย จึงเก็บพลาสมาลอตนี้แช่แข็งไว้ กระทั่งพอการระบาด ระลอกสาม คนไข้มีอาการหนักเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ต้องแจกจ่ายพลาสมาให้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ จนตอนนี้หมดแล้ว ทำให้ขาดแคลนต้องมาขอรับบริจาคใหม่ ซึ่งก็จำเป็นต้องใช้เวลาในการคัดกรองผู้บริจาค  ดังนั้นอยากเชิญชวนคนไข้ที่ติดโควิด หายแล้ว 4 สัปดาห์ มาร่วมบริจาคพลาสมาเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด ให้โทรศัพท์ติดต่อมา ที่ ศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เขตปทุมวัน เบอร์ 0-2256-4300 เพื่อสอบถามประวัติก่อนเบื้องต้น หากไม่มีปัจจัยเสี่ยง จะนัดหมายมาเจาะเลือด ตรวจคุณภาพของภูมิคุ้มกัน ถ้ามีมากและผ่านเกณฑ์จะนัดหมายมาบริจาคทันที การขอบริจาคพลาสมารอบนี้ จะเน้นให้ ผู้ชาย มาบริจาคเนื่องจากมีภูมิต้านทานโควิด ความเข้มข้นของโลหิตมากกว่าผู้หญิง และมีเส้นเลือดที่ข้อพับแขนชัดเจน