สมาคมโรคติดเชื้อฯ ค้านรัฐทุ่มซื้อซิโนแวค จี้ ใช้วัคซีนคุณภาพดีรับเชื้อกลายพันธุ์
ระบุวัคซีนเชื้อตาย-ซิโนแวค ยังไม่มีผลศึกษาวิจัยเป็นทางการ และยังเป็นข้อมูลวิจัยไม่อัพเดตกับการระบาดของสายพันธุ์ใหม่ ขณะวัคซีนตัวอื่นยังมีภูมิคุ้มกันน้อยลง แนะรัฐควรจัดซื้อวัคซีนอื่นที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ยิ่งมีนโยบายเปิดปท.ใน 120 วัน ทั้งต้องปรับขั้นตอนราชการไม่ให้ล่าช้า และโปร่งใส
สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี โดยระบุด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น สมาคมฯ มีความห่วงใยสถานการณ์ของโรคที่ผันแปรตลอดเวลา โดยเฉพาะการกลายพันธุ์ของไวรัส ที่มีส่วนทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลง โดย
1.นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกคาดสายพันธุ์อินเดีย จะเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดกว้างขวางที่สุด และเป็นสายพันธุ์เด่นทั่วโลก
2. วัคซีนทุกชนิดที่ใช้ในโลกขณะนี้ กระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์อินเดียได้น้อยลงเมื่อเทียบกับสายพันธุ์ดั้งเดิม โดยวัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นพาหะ เช่น แอสตราเซเนก้า กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้น้อยลง ส่วนชนิดเชื้อตาย-ซิโนแวค ไม่มีข้อมูล เนื่องจากวัคซีนนี้ไม่เคยมีข้อมูลจากการศึกษาวิจัยที่ทำเป็นระบบและตีพิมพ์เผยแพร่อย่างเป็นทางการ คาดว่าระดับภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์อินเดีย น่าจะลดลงต่ำไปอีก จนอาจจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนตัวนี้
3.ข้อมูลประสิทธิผลของวัคซีนจากซิโนแวคในประเทศไทย ที่พบว่าระดับภูมิคุ้มกันหลังได้รับวัคซีน 2 เข็มมีเพียงพอ ลดป่วยรุนแรง ลดตายได้ เป็นข้อมูลเก็บในช่วงการระบาดของสายพันธุ์อังกฤษ จึงยังไม่อาจนำข้อมูลมาใช้พิจารณาจัดซื้อในรุ่นถัดไป
4.ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการใช้วัคซีนเพื่อคุมการระบาด ล้วนแต่ใช้ชนิด mRNA และวัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นพาหะทั้งสิ้น ส่วนประเทศที่ใช้วัคซีนเชื้อตายเป็นหลัก เช่น อินโดนีเซีย ชิลี ยังพบผู้ปวยใหม่ในอัตราสูงมาก ซึ่งการเลือกชนิดของวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงในการควบคุมป้องกันโรค จึงสำคัญอย่างยิ่งต่อนโยบายเปิดประเทศ 120 วัน
สมาคมฯจึงเสนอแนวทางวัคซีนดังนี้
1.รัฐควรเร่งรัดสร้างหลักประกันในการที่จะมีวัคซีนที่ได้วางแผนจัดซื้อไว้แล้ว ให้มีใช้ในปริมาณที่เพียงพอ ถ้าเป็นไปได้ให้มีวัคซีนเข้ามาเร็วกว่าเดิม เพื่อเร่งระดมฉีดให้ประชาชนให้ครอบคลุมได้ตามเป้าหมายต่อไป
2.เร่งจัดหาวัคซีนชนิดอื่น เช่น mRNA และวัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นพาหะ มาทดแทนเชื้อตายของซิโนแวค ซึ่งในแผนจัดซื้อเพิ่มเติมให้ครบ 150 ล้านโดส มีสัดส่วนของซิโนแวคค่อนข้างมาก ทั้งที่มีแนวโน้มว่าน่าจะป้องกันโควิดได้ไม่ดีเท่าที่ควร
3.รัฐควรวางแผนจัดหาวัคซีนรุ่นต่อไปที่ผู้ผลิตออกแบบให้สามารถป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่ๆ ได้ รวมทั้งเตรียมจัดซื้อล่วงหน้า โดยแก้ไข-ยกเลิกระบบขั้นตอนราชการที่ยุ่งยาก ทำให้ล่าช้า ทั้งต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้
4.รัฐควรส่งเสริมนักวิจัยและอุตสาหกรรมในประเทศให้ทำวิจัยได้สำเร็จ และมีศักยภาพที่จะผลิตวัคซีนคุณภาพสูงได้เองภายในประเทศ