โควิดใต้น่าห่วง ป่วยพุ่งไม่หยุด

คุณภาพชีวิต12 ต.ค. 2564 • 17:10 น.
โควิดใต้น่าห่วง ป่วยพุ่งไม่หยุด
โควิดไทยป่วยสะสมกว่า 1.7 ล้านคน ติดเชื้อรายวัน 9,445 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 84 ราย ด้าน “4 จังหวัดใต้”ติดเชื้อยังพุ่งไม่หยุด “ปัตตานี”ทำสถิติติดเชื้อเพิ่มสูงสุด รองจากกทม. ขณะที่ไวรัสมรณะยังอาละวาดทั่วโลกต่อเนื่อง พ่นพิษเหยื่อป่วยติดเชื้อยอดพุ่งทะลุ 239 ล้านคน เมื่อวันที่ 12 ต.ค.64 ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 9,445 ราย จำแนกเป็น ติดเชื้อรายใหม่ 9,244 ราย ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 84 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสมมีจำนวน 1,701,501 ราย หายป่วยกลับบ้านได้ 11,452 ราย และพบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 84 ราย รวมยอดเสียชีวิตสะสม มีจำนวน 17,741 รายสำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กทม. 1,170 ราย ปัตตานี 566 ราย ชลบุรี 511 ราย ยะลา 493 ราย นราธิวาส 473 ราย สงขลา 467 ราย สมุทรปราการ 425 ราย นครศรีธรรมราช 361 ราย ระยอง 315 ราย และสุราษฎร์ธานี 214 ราย ด้าน สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นายคริสฮิปกินส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และปฏิบัติหน้าที่รับมือการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ของนิวซีแลนด์ แถลงทางการนิวซีแลนด์ได้กำหนดข้อบังคับให้ครู และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งรวมถึงแพทย์ ต้องรับการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 เนื่องจากเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดย นายฮิปกินส์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ถือว่ามีความเสี่ยงสูง ดังนั้นจึงต้องฉีดวัคซีนให้ครบโดสภายในวันที่ 1 ธ.ค.ปีนี้ และต้องรับวัคซีนเข็มแรกภายในวันที่ 30 ต.ค. ส่วนบุคลากรครู อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆ ของโรงเรยน ซึ่งต้องติดต่อใกล้ชิดกับเด็กๆ นักเรียนนั้น จะต้องฉีดวัคซีนให้ครบโดสภายในวันที่ 1 ม.ค. ปีหน้า และต้องฉีดวัคซีนเข็มแรกภายในวันที่ 15 พ.ย.นี้ ด้าน “เมอร์ค แอนด์ โค” บริษัทยาและเวชภัณฑ์รายใหญ่ในสหรัฐฯ ได้ยื่นขอต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งชาติสหรัฐฯ หรือเอฟดีเอ ให้พิจารณาอนุมัติเป็นกรณีฉุกเฉิน ในการใช้ยาต้านไวรัสโควิด-19 ขนาน “โมลนูพิราเวียร์” สำหรับการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในสหรัฐฯ หากทาง “เอฟดีเอ” อนุมัติก็จะส่งผลให้ยาโมลนูพิราเวียร์ เป็นยาชนิดรับประทานขนานแรกที่ใช้ต้านไวรัสโควิด-19 โดยตรงในสหรัฐฯสำหรับ ยาที่ทางการสหรัฐฯ อนุมัติใช้ในปัจจุบัน ยังเป็นยาขนานที่รักษาตามอาการต่างๆ ของโรคโควิดได้แก่ ยาเรมเดซิเวียร์ ยาเดกซาเมทาโซน ซึ่งจะใช้ก็ต่อเมื่อผู้ป่วยติดเชื้อเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลแล้วเท่านั้น ส่วน สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐฯ รอบ 24 ของวันจันทร์ที่ผ่านมา ตามวันเวลาท้องถิ่น พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 50,466 ราย ทำให้จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 45,313,353 ราย มากเป็นอันดับ 1 ของโลก ส่วนผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีจำนวน 734,611 ราย มากเป็นอันดับ 1 ของโลกเช่นกัน และผู้ป่วยที่รักษาหายมีจำนวนสะสม 34,797,165 ราย ขณะที่ สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดฯ ในพื้นที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ปรากฏว่ายังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ล่าสุด มีจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 239,051,169 ราย ส่วนผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีจำนวน 4,873,236 ราย และผู้ป่วยที่รักษาหายมีจำนวนสะสม 216,305,410 ราย