อัพเดต! โควิดท่าขี้เหล็กแพร่ไทยแล้ว 49 ราย/ข่าวจริงชายลอบเข้าเมืองโผล่หลายจว.แต่ไม่ติดเชื้อ
11 ธ.ค.2563 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย พบผู้ป่วยรายใหม่ ราย 11 ราย โดยเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ คือ สวีเดน 1 ราย สหรัฐอเมริกา 1 ราย โปรตุเกส 1 ราย ซาอุดิอาระเบีย 2 ราย เกาหลีใต้ 1 ราย บาห์เรน 2 รายและเมียนมา 3 คน ซึ่งเข้าพักสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ (Local Quarantine, State Quarantine, Alternative State Quarantine, ด่านควบคุมโรค) อย่างไรก็ตามทั้ง 11 รายอยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้และเข้ารับการรักษาแล้ว รวมยอดผู้ป่วยสะสม 4,180 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่ม โดยยอดเสียชีวิตอยู่ที่ 60 ราย รักษาหายเพิ่มอีก 15 ราย รวมยอดผู้ป่วยรักษาหาย 3,903 ราย และยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอีก 217 ราย
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ผู้ป่วยรายที่ 7, 8, 9 ที่มาจากประเทศเมียนมา เป็นหญิงไทยอายุ 28 และ 29 ปี อาชีพพนักงานสถานในบันเทิง ทำให้ตัวเลขสะสมของคนไทยที่ติดเชื้อมาจากจังหวัดท่าขี้เหล็ก เมียนมา รวมเป็น 49 ราย แบ่งเป็น จ.เชียงใหม่ 5 ราย จ.เชียงราย 37 ราย จ.พะเยา 1 ราย กรุงเทพฯ 3 ราย จ.พิจิตร 1 ราย จ.ราชบุรี 1 ราย และ จ.สิงห์บุรี 1 ราย โดยเป็นผู้ที่ลักลอบเข้ามาผ่านเส้นทางธรรมชาติ 17 ราย ตรวจพบใน Local Quarantine 30 ราย และติดเชื้อในประเทศ 2 ราย
ทั้งนี้ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวถึงการแชร์ข่าวพบชายไทยลอบเข้าเมือง เดินมาทางจากแม่สอดมาที่ จ.มุกดาหาร และนั่งรถตู้ไปที่ จ.นครพนม โดยตรวจพบเชื้อโควิด-19 ว่า มีการพบชายไทยลักลอบเข้าเมืองจริง และนั่งรถสายมุกดาหาร-แม่สอด เข้ามาผ่านจ.นครพนม แต่ตำรวจสามารถควบคุมตัวไว้ได้เพราะเข้ามาไม่ถูกต้อง ซึ่งต้องถูกดำเนินคดีด้วย และได้มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยผลตรวจเบื้องต้นเป็นลบ ซึ่งขณะนี้ได้มีการเฝ้าระวังและดูแลคนใกล้ชิดเรียบร้อยหมดแล้ว อย่างไร ก็ตาม ฝากไปถึงคนไทยที่จะเดินทางเข้ามาให้เข้ามาผ่านช่องทางที่ถูกต้อง เพื่อที่จะเข้าสู่การตรวจหาเชื้อแล้วกักกันโรค ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อตัวท่านเองและผู้อื่นซึ่งหากเข้ามาด้วยวิธีที่ผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีเช่นกัน
ส่วนข้อกังวลของประชาชนหากต้องเดินทางไปจ.เชียงใหม่ หรือจ.เชียงราย หลายบริษัทสั่งให้กักตัวนั้นยืนยันว่าขณะนี้ทุกอย่างอยู่ในการควบคุม โดยผู้ที่เดินทางมาจากทั้ง 2 จังหวัด ไม่จำเป็นต้องกักตัว แต่หากต้องไปพบปะเพื่อนที่มาจาก 2 จังหวัดก็แค่เพียงใส่หน้ากากป้องกันหากกังวลใจ ซึ่งย้ำว่ามาตรการขอความร่วมมือประชาชนสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง และสแกนไทยชนะทุกครั้งเมื่อไปสถานที่ต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญในขณะนี้