“ชัชชาติ” แถลงปม Data Center กลางกรุง สั่งชะลอใบอนุญาต 3 แห่ง จากทั้งหมด 6 แห่ง
วันที่ 2 ก.ย.69 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายสุพิเชฐ ถาวรทวีวงษ์ รองผู้ว่าการการประปานครหลวง นายเกษม สระทองฮัก ผู้ช่วยผู้ว่าการ (สายงานวางแผนและนวัตกรรม) การไฟฟ้านครหลวง ร่วมกันแถลงข่าวกรณีข้อกังวลเกี่ยวกับดาต้าเซนเตอร์ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยนายชัชชาติระบุว่าได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระงับการออกใบอนุญาตเพิ่มเติมสำหรับการตั้งถังน้ำมันสำรอง และให้โครงการที่อยู่ระหว่างขออนุญาตหยุดเพื่อทบทวนมาตรฐานความปลอดภัยให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน
โดยปัจจุบันมีดาต้าเซนเตอร์ในกรุงเทพฯ ประมาณ 30-40 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นระบบภายในของบริษัทที่ดำเนินการมานานแล้ว แต่ในช่วงปี 2564-2565 มีการขออนุญาตก่อสร้างในรูปแบบดาต้าเซนเตอร์ขนาดใหญ่ (Stand-alone) รวม 6 แห่ง โดยอนุญาตไปแล้ว 3 แห่ง และอีก 3 แห่งสั่งให้หยุดเพื่อทบทวนมาตรฐาน
ทางด้านตัวแทนจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ชี้แจงว่าดาต้าเซนเตอร์ในกรุงเทพฯ ไม่ใช่ขนาดใหญ่พิเศษเมื่อเทียบกับเขตพื้นที่ EEC โดยมีขนาดการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 20 เมกะวัตต์ และใช้จริงเพียงประมาณ 8 เมกะวัตต์ เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ไฟฟ้าของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หรือโครงการก่อสร้างยักษ์ใหญ่ที่ใช้สูงถึงระดับ 100 เมกะวัตต์ ถือว่าดาต้าเซนเตอร์ใช้ไฟฟ้าน้อยมาก กฟน. ยืนยันว่ามีการจ่ายไฟแยกส่วนไม่ให้กระทบต่อการใช้ไฟฟ้าของภาคประชาชน และยืนยันความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ว่าสามารถรองรับได้อย่างเพียงพอ
สำหรับประเด็นการใช้น้ำ ตัวแทนจากการประปานครหลวง (กปน.) ระบุว่าดาต้าเซนเตอร์ขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ มีการใช้น้ำเฉลี่ยประมาณ 7,800 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน ซึ่งน้อยกว่าโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ใช้ประมาณ 20,000 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน หรือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่ใช้สูงถึง 30,000-40,000 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน
ปัจจุบันยังไม่พบผลกระทบต่อการให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชน แต่ในอนาคตจะมีการคัดกรองและตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานอื่นอย่างละเอียดเพื่อลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด ขณะที่นายชัชชาติเสริมว่าน้ำส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในระบบหล่อเย็น ซึ่งจะระเหยเป็นไอหรือนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น รดน้ำต้นไม้ จึงยังไม่พบการปล่อยน้ำเสียที่มีมลพิษ แต่ต้องเฝ้าระวังเรื่องอุณหภูมิน้ำก่อนปล่อยลงคูคลอง
ด้านตัวแทนจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้สั่งการให้ระงับการออกใบอนุญาตคลังน้ำมันสำรองสำหรับปั่นไฟฉุกเฉินของดาต้าเซนเตอร์รายใหม่ทั้งหมด เพื่อรอผลการกำหนดหลักเกณฑ์จากคณะกรรมการดาต้าเซนเตอร์ ตามมาตรฐานสากลดาต้าเซนเตอร์ต้องสำรองไฟได้ 48 ชั่วโมง จึงมีการสะสมน้ำมันซึ่งกฎหมายกำหนดให้เก็บได้ไม่เกิน 500,000 ลิตรสำหรับใช้เอง
สำหรับกรณีดาต้าเซนเตอร์ย่านพระราม 9 ที่มีประชาชนร้องเรียนเรื่องกลิ่นน้ำมัน ตรวจสอบพบว่าทั้ง กทม. และกรมธุรกิจพลังงานยังไม่ได้ออกใบอนุญาตให้ หากมีการลักลอบเก็บน้ำมันเกินที่กฎหมายกำหนดหรือประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต จะดำเนินการตามกฎหมาย มีโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท โดยปัจจุบันในกรุงเทพฯ มีสถานที่สะสมน้ำมันประเภทนี้รวม 56 แห่ง ซึ่งใบอนุญาตส่วนใหญ่เก็บน้ำมันไว้ที่ประมาณ 200,000 ลิตร ส่วนกรณีการเก็บน้ำมันไว้ถึง 400,000 ลิตร อาจเป็นเกณฑ์เต็มอัตรา ซึ่งต้องมีการตรวจสอบ และต้องเข้าตรวจเข้มข้นทุกจุด
“เราต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาอาจมีช่องโหว่ทางกฎหมาย เพราะดาต้าเซนเตอร์แบบ Stand-alone เพิ่งเกิดขึ้นในช่วง 2 ปีนี้ จนคำนิยามเดิมอาจไม่ครอบคลุม เช่น เคยถูกจัดอยู่ในหมวดคลังสินค้าทำให้ไม่ต้องทำ EIA ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่จะปรับปรุงมาตรฐานและผังเมืองใหม่ให้ทันสมัย สอดคล้องกับบริบทโลกและไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน” นายชัชชาติ กล่าว
นอกจากนี้ นายชัชชาติได้ตอบข้อซักถามถึงความจำเป็นที่ดาต้าเซนเตอร์ต้องตั้งอยู่ใจกลางเมืองว่าเป็นเพราะปัจจัยทางธุรกิจ เนื่องจากอยู่ใกล้โครงสร้างพื้นฐานไฟเบอร์ออปติก ช่วยลดความล่าช้าในการส่งสัญญาณ (Latency) และรองรับระบบ Edge Computing หรือ AI ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนข้อกังวลเรื่องคลื่นความร้อน (Urban Heat) แม้ที่ผ่านมาจะยังไม่มีการร้องเรียนโดยตรง แต่ กทม. จะรับไปศึกษาอย่างละเอียดต่อไป ทั้งนี้ กทม. จะบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานเพื่อตรวจสอบทั้งเรื่องเสียง กลิ่น และมลภาวะ โดยหากประชาชนพบเหตุเดือดร้อนรำคาญสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันทีเพื่อความสบายใจของผู้อยู่อาศัยโดยรอบ และยืนยันว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะรับผิดชอบในส่วนของตนอย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนลดข้อกังวลใจ
#ชัชชาติ #DataCenter #ดาต้าเซนเตอร์ #กรุงเทพมหานคร #ใจกลางกรุงเทพฯ #ชะลอใบอนุญาต #ความปลอดภัย #ข่าวกรุงเทพ #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline