บ้านที่คุยกันได้ = เกราะป้องกัน เด็กไทยห่างไกล “บุหรี่ -บุหรี่ไฟฟ้า”

คุณภาพชีวิต31 ส.ค. 2569 • 19:17 น.
บ้านที่คุยกันได้ = เกราะป้องกัน เด็กไทยห่างไกล “บุหรี่ -บุหรี่ไฟฟ้า”
เด็กและเยาวชนไทย มีแนวโน้มการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ “บุหรี่ไฟฟ้า”  ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดนักสูบหน้าใหม่ที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ โดยกลุ่มเด็กอายุ 10-14 ปี มีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ไฟฟ้า 60,000 คน กลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี มีมากถึง 400,000 ราย
 
การหยุดยั้งป้องกันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชน คือ สิ่งจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องมองในเชิงระบบ เพราะนี่ไม่ใช่พฤติกรรมส่วนบุคคล แต่เป็นสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็กและเยาวชน ต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งระบบเพื่อป้องกันนักสูบหน้าใหม่ในระยะยาว   
22
 
ในงานประชุมวิชาการสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 24  ภายใต้แนวคิดหลัก "หวาน เค็ม เมา ควัน : กับดักสินค้าทำลายสุขภาพเรื้อรัง" (Commercial Determinants of Health: CDoH)  จัดโดย ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.)  หลายหัวข้อเสวนา  ทั้งชุมชน สถานศึกษา และหน่วยงานเครือข่ายต่างๆ ได้ร่วมมือขับเคลื่อนการป้องกันบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจังทุกระดับ รวมถึงการสร้างค่านิยมคนรุ่นใหม่ เท่ ดูดีได้ โดยไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้า   
 
นางฐาณิชชา ลิ้มพานิช  ประธานเครือข่ายครอบครัวปลอดบุหรี่ ไขความลับที่พ่อแม่ต้องรู้ ว่า ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้า พัฒนาเป็น “Toy Pod” เป็นบุหรี่ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ที่มีดีไซน์เนียนขึ้น เลียนแบบเหมือนของเล่น หรือตุ๊กตา ดูไม่ออก ดีไซน์เก๋  สีสัน และขนาด แต่มีนิโคตินสูงมากทำให้เสพติดง่ายกระทบต่อพัฒนาการสมองของวัยรุ่น 
33
 
“ปัญหานี้ ไม่ใช่เด็ก แต่คือ “สภาพแวดล้อมรอบตัว”  เราต้องรู้ทันสิ่งที่ลูกเจอมากแค่ไหน ทำไมเด็กรู้ว่า เสี่ยงแต่ยังลอง เด็กไม่ได้ลองเพราะอยากเสี่ยง แต่อยากได้รับการยอมรับจากเพื่อน บุหรี่ไฟฟ้าจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว” 
ประธานเครือข่ายครอบครัวปลอดบุหรี่  เชื่อว่า “บ้านที่คุยกันได้ คือ เกราะป้องกันที่ดีที่สุด” พร้อมแนะนำว่า พ่อแม่ต้องฟังลูกให้มากกว่ากว่าการสั่งห้าม สอนให้เด็กคิดเป็น รู้เท่าทัน และกล้าปฏิเสธ สร้างกติกาครอบครัว พื้นที่ปลอดภัย เชื่อมพลังบ้านโรงเรียน ชุมชน ร่วมปกป้องเด็ก 
 
“การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ช่วยป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงของบุตรหลาน  การดูแลเด็กยุคใหม่ไม่ใช่การควบคุม แต่คือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กกล้าพูดความจริง”  ประธานเครือข่ายครอบครัวปลอดบุหรี่  เน้นย้ำ
44
 
สื่อสารอย่างไรเมื่อลูกยุ่งเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า
ด้านนางฐานิษา สุขเกษม ผู้ขับเคลื่อนเครือข่ายเด็กและเยาวชนในพื้นที่ภาคตะวันออก ในฐานะเครือข่ายเครือข่ายผู้ปกครองใน จ.ชลบุรี ชี้ให้เห็น ครอบครัวเป็นสถาบันลำดับแรกๆ ที่จะกำหนดสุขภาพและพฤติกรรมของเด็กในอนาคต การสูบบุหรี่ของพ่อแม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของเด็ก  
 
“เด็กไม่ได้เชื่อในสิ่งที่คุณพูด แต่เชื่อในสิ่งที่คุณทำ จุดเริ่มต้นของการปกป้อง ต้องเริ่มที่ ครอบครัวปลอดบุหรี่” 
นางฐานิษา ได้แนะวิธีการสื่อสาร 3 ขั้น ต้องทำอย่างไรเมื่อลูกสนใจบุหรี่ไฟฟ้า คือ อายุ 9-12 ปีอยากให้สวมบทบาท นักสแกนและผู้สังเกตการณ์ อายุ 13-15 ปี ผู้ปกครองควรสวมบทบาท ผู้ดึงสติเรื่องภาพลักษณ์ เพิ่มภูมิคุ้มกัน และเพิ่มทักษะการปฏิเสธ เมื่อเด็กอายุ 16-18ปี ผู้ปกครอง พ่อแม่ ควรพลิกบทบาทจากผู้คุมตรวจสู่ที่ปรึกษา สร้างความไว้ใจ เลิกคิด เลิกจับผิด เพราะการตรวจค้นจะสร้างกำแพงให้หนาขึ้น  
55
 
“เราต้องรับฟังโดยไม่ตัดสิน หากรู้ว่า ลูกพลาดไปลองสูบอย่าเพิ่มด่าทอ ให้ถามถึงสาเหตุ และแสดงความห่วงใยอย่างจริงจังในฐานะที่ปรึกษา safe space เพราะลูกที่สูบบุหรี่ ไม่ใช่ อาชญากร แต่คือเหยื่อ” นางฐานิษา กล่าว
กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) อีกหนึ่งหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนโดยตรง ในเรื่องนี้  น.ส.พรมณี พุ่มอิ่ม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านครอบครัว  พม.  ระบุว่า ประเทศไทยมี 23 ล้านกว่าครอบครัว พม.มีกลไกการดำเนินงานด้านการป้องกันเด็กและเยาวชน  มีศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนหรือ ศพค. จำนวน 7,255 แห่งทุกตำบลทั่วประเทศ มุ่งเน้นในเรื่องของยาเสพติดซึ่งบุหรี่ก็เป็นส่วนหนึ่ง พม.สนับสนุนงบประมาณให้กับครอบครัวในชุมชน ปีละประมาณ 30 ล้านบาท ในการอบรมป้องกันยาเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงการส่งเสริมสัมพันธภาพของครอบครัว การใช้เวลาร่วมกัน 
 
นอกจากครอบครัวและชุมชนแล้ว ในส่วนของโรงเรียนหรือสถาบันศึกษานับเป็นส่วนสำคัญ   น.ส.พรมณี  มองว่า นี่คือบ้านหลังที่ 2 ของเด็กและเยาวชนที่ก้าวออกจากบ้าน พร้อมเผชิญโลกและเรียนรู้การเข้าสังคม โรงเรียนและสถาบันศึกษา จึงเป็นที่บ่มเพาะเด็กและเยาวชนให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไป 
66
 
สำหรับมาตรการและนโยบายการจัดการบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา ดร.อำนาจ สายฉลาด ผู้อำนวยการสำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 กระทรวงศึกษาธิการได้แต่งตั้งให้มีพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา(พสน.) มีหน้าที่ในการช่วยในการดูแลความประพฤติ ปัจจุบันมี จำนวน 44,666 คน และปัจจุบันได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันการแพร่ การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า
 
“หากพบนักเรียนพกพาหรือสูบบุหรี่ไฟฟ้าระหว่างเดินทางไป-กลับโรงเรียน พสน. มีอำนาจเข้าไปสอบถามและตักเตือน ก่อนส่งเรื่องให้โรงเรียนดำเนินการต่อ โดยครูประจำชั้นจะร่วมดูแลและปรึกษาครูแนะแนว เพื่อช่วยเหลือให้นักเรียนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างเหมาะสม”
 
ร.ร.วัดคณิกาผล  “โรงเรียนปลอดบุหรี่ไฟฟ้า” 
ในเวทีฯ เสวนา หัวข้อ ลับ…ที่พอ่แม่ต้องรู้ ได้มีการยกตัวอย่างของการป้องกันการแพร่ระบาดของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าภายในโรงเรียนที่ได้ผล เช่น โรงเรียนวัดคณิกาผล สังกัดกรุงเทพมหานคร ที่ขับเคลื่อนดำเนินงานอย่างจริงจัง สู่การเป็น “โรงเรียนปลอดบุหรี่ไฟฟ้า” 
 
โดยนายสมบัติ  จันทร์นาค ครูวิทยาฐานะเชี่ยวชาญ โรงเรียนวัดคณิกาผล  เล่าว่า โรงเรียนที่มีกระบวนการและการบริหารจัดการเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างเป็นระบบ 
 
"เราใช้ความรักและความเข้าใจขับเคลื่อนให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง โดยมีแกนนำนักเรียน เช่น กลุ่ม Gen Z คอยคิด นำทำ เป็นแบบอย่าง และถ่ายทอดความรู้สู่น้องๆ นอกจากนี้ ยังสอดแทรกเนื้อหาในบทเรียน รวมถึงจัดกิจกรรมและเดินรณรงค์ในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงโทษของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า"
 
ส่วนในรั้วสถาบันศึกษาหรือมหาวิทยาลัยร่วมขับเคลื่อนมาตรการป้องกันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ากันอย่างไร
 
นายศุภโชค สุขมาก ผู้อำนวยกองส่งเสริมและพัฒนากำลังคน สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงนโยบายมหาวิทยาลัยปลอดบุรี่ ว่า อว.กำหนดนโยบาย 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1.ComPrehensive policy ประกาศนโยบายที่ครอบคลุมทั้งบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า อย่างชัดเจน ทั่วทั้งพื้นที่มหาวิทยาลัย 2.Supportive Environment จัดสภาพแวดล้อมปลอดบุหรี่ ติดป้ายเตือน และไม่รับทุนสนับสนุนค้าขาย หรือทำวิจัยร่วมกับบริษัทยาสูบทุกรูปแบบ 3.Student-led movement สนับสนุนให้นักศึกษาเป็นแกนนำเพื่อนช่วยเพื่อน ชวนเพื่อนเลิก 4.Cessation System มีระบบคัดกรอง บำบัดและส่งต่อผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ เชื่อมโยงกับศูนย์บริการสาธารณสุข 
ผอ.กองส่งเสริมและพัฒนากำลังคน สำนักงานปลัด อว. กล่าวถึงการขับเคลื่อนการดำเนินงานสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาปลอดบุหรี่โดยร่วมกับ สธ. สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดและกำกับ จำนวน 145 แห่ง ใน 9 แม่ข่ายทั่วประเทศ ทำบันทึกข้อตกลงร่วมมือในการขับเคลื่อนการดำเนินงานสถาบันอุดมศึกษาปลอดบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า   
 
สุดท้าย นพ.วันชาติ ศุภจัตุรัส ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่   เผยว่า เครือข่ายฯ ได้ลงนาม MOU ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาปลอดบุหรี่ 306 แห่งทั่วประเทศ (แบ่งเป็น 153 แห่ง และ 9 แม่ข่าย) สำหรับแผนดำเนินงานระยะที่ 6 (พ.ศ. 2567–2569) มี 5 ภารกิจหลัก ดังนี้
 
1. พัฒนาผู้รับผิดชอบ ในสถาบันอุดมศึกษาครอบคลุม 9 แม่ข่าย
 
2. สร้างแกนนำนักศึกษา ช่วยชวนเพื่อนเลิกบุหรี่
 
3. เสริมพลังคณะทำงาน ในสถาบันอุดมศึกษากว่า 44 แห่ง
 
4. สอดแทรกความรู้ เรื่องการควบคุมยาสูบทั้งในและนอกหลักสูตร
 
5. หนุนงานวิจัย ป้องกันนักสูบหน้าใหม่จากบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และสารนิโคติน 
 
ปัจจุบันมีการบูรณาการเข้าไปในหลักสูตรได้ 96 หลักสูตร และสามารถป้องกันการแทรกแซงจากธุรกิจบุหรี่ได้ 95%  
 
การป้องกันการบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน ณ วันนี้ หลายภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่วางไว้ นั่นคือ “ประเทศไทยบุหรี่ไฟฟ้าต้องเป็นศูนย์”