เมืองมลพิษสูงสุดในโลก 29/08/69 แบกแดดครองอันดับ 1 AQI พุ่ง 193
การจัดอันดับเมืองใหญ่ที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลก ประจำวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ช่วงเวลา 06.00-07.00 น. พบว่า แบกแดด ประเทศอิรัก ขึ้นอันดับ 1 เมืองที่มีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับมลพิษสูง โดยมีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ AQI อยู่ที่ 193 รองลงมาคือ เดลี ประเทศอินเดีย AQI 172 และ กูจิง ประเทศมาเลเซีย AQI 169
ขณะที่ กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย อยู่ในอันดับ 4 มีค่า AQI 166 ตามด้วย มานามา ประเทศบาห์เรน AQI 161 ส่วน ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีค่า AQI 155 และ โดฮา ประเทศกาตาร์ กับ ลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน มีค่า AQI เท่ากันที่ 154
ส่วนอันดับ 9 ได้แก่ โกลกาตา ประเทศอินเดีย AQI 153 และอันดับ 10 คือ กัมปาลา ประเทศยูกันดา AQI 149
สำหรับ 10 เมืองใหญ่ที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลกในช่วงเวลาดังกล่าว มีดังนี้
แบกแดด ประเทศอิรัก AQI 193
เดลี ประเทศอินเดีย AQI 172
กูจิง ประเทศมาเลเซีย AQI 169
กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย AQI 166
มานามา ประเทศบาห์เรน AQI 161
ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ AQI 155
โดฮา ประเทศกาตาร์ AQI 154
ลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน AQI 154
โกลกาตา ประเทศอินเดีย AQI 153
กัมปาลา ประเทศยูกันดา AQI 149
ทั้งนี้ ค่า AQI เป็นตัวชี้วัดคุณภาพอากาศที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ทิศทางลม การสะสมของฝุ่นละออง และแหล่งกำเนิดมลพิษ ดังนั้นการจัดอันดับดังกล่าวจึงเป็นข้อมูล ณ ช่วงเวลา 06.00-07.00 น. ของวันที่ 29 สิงหาคม 2569 และอาจเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาต่อมา
วิธีป้องกันและลดความเสี่ยงจากมลพิษทางอากาศ
ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งมีค่ามลพิษทางอากาศสูง ควรติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอ และลดการสัมผัสมลพิษ โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าฝุ่นอยู่ในระดับสูง
ลดหรืองดกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะการออกกำลังกายหนักในช่วงที่คุณภาพอากาศไม่ดี
สวมหน้ากากที่สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ เช่น หน้ากากมาตรฐานที่กระชับกับใบหน้า เมื่อจำเป็นต้องออกนอกอาคาร
ปิดประตูและหน้าต่าง ในช่วงที่มลพิษภายนอกอยู่ในระดับสูง เพื่อลดการนำอากาศเสียเข้าสู่ภายในอาคาร
ใช้เครื่องฟอกอากาศหรือระบบกรองอากาศ ภายในบ้านหรือสถานที่ทำงาน หากสามารถทำได้
หลีกเลี่ยงแหล่งกำเนิดมลพิษ เช่น ควันจากการเผาไหม้ ควันรถยนต์ และพื้นที่ที่มีฝุ่นสะสม
ติดตามค่าคุณภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน เพื่อวางแผนกิจกรรมและเลือกช่วงเวลาที่มลพิษลดลง
ดูแลกลุ่มเสี่ยงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว หากมีอาการผิดปกติจากการสัมผัสมลพิษควรหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงและพิจารณาปรึกษาแพทย์
การป้องกันตนเองอย่างเหมาะสมและการติดตามค่าคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ จะช่วยลดการสัมผัสมลพิษและลดความเสี่ยงต่อสุขภาพในช่วงที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วงได้