ศบค.เผยข้อมูลผู้เสียชีวิตมากกว่า 70% มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ในอัตราผู้ใช้เครื่องช่วยหายใจ 10 รายเสียชีวิต 1-2 ราย
วันที่ 2 กรกฎาคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) กล่าวว่า วันนี้เป็นอีกวันที่ประเทศไทยพบตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงถึง 6,087 ราย และผู้เสียชีวิต 61 ราย สะสม 2,141 ราย ส่วนผู้รักษาหายกลับบ้าน 3,638 ราย เหลือที่รักษาอยู่ 54,440 ราย แบ่งเป็นในโรงพยาบาล (รพ.) 26,025 ราย รพ.สนามและอื่นๆ 28,415 ราย เป็นผู้มีอาการหนัก 2,002 ราย ในจำนวนนี้ใส่ท่อช่วยหายใจ 579 ราย
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ผู้เสียชีวิตตัวเลขใหญ่อยู่ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) 28 ราย ซึ่งมีการสรุปข้อมูลผู้เสียชีวิต พบว่า ผู้อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปมากถึง 70% และจำนวนนี้มีโรคประจำตัวหลักคือความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง จากการสรุปข้อมูลผู้เสียชีวิต พบว่ามีบุคลากรทางการแพทย์ที่เสียชีวิตจากโควิด-19 เป็นแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุข ซึ่งเป็นการสูญเสียบุคลากร ดังนั้น ขอเน้นย้ำว่าหากท่านไปรับบริการสาธารณสุข ขอความกรุณาอย่าปกปิดข้อมูล เพราะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกลุ่มบุคลากร
“ในจำนวนผู้ป่วย 100 ราย พบว่า 5% หรือ 5 รายมีอาการปอดติดเชื้อ หรืออาการหนัก และในจำนวนนี้จะมีประมาณ 2.5 รายที่จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และในอัตราผู้ใช้เครื่องช่วยหายใจ 10 ราย จะมีตัวเลข 1-2 รายที่เสียชีวิต ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขจำเป็นต้องวางแผนมาตรการจัดการเตียง มาตรการเพิ่มศักยภาพเตียงในกลุ่มสีเหลืองและสีแดง เพราะหากเป็นผู้สูงอายุ หรือ 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ก็มีความเสี่ยงเสียชีวิตค่อนข้างสูง นโยบายสำคัญในเดือน ก.ค.จึงต้องเพิ่มเตียงและระดมฉีดวัคซีน” พญ.อภิสมัยกล่าว
พญ.อภิสมัยกล่าวอีกว่า วันนี้เรายังพบผู้เดินทางเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย มาจากเมียนมา 1 ราย โดยเข้ามาทาง อ.แม่สอด จ.ตาก เดินทางมาจากกัมพูชาอีก 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 76 ปี เข้ามาทาง จ.จันทบุรี ซึ่งยังต้องเน้นย้ำเรื่องนี้ต่อเนื่อง