ทำความเข้าใจ 'เสื้อชูชีพ-เสื้อพยุงตัว' ต่างกันอย่างไร

คุณภาพชีวิต28 ก.พ. 2565 • 11:52 น.
ทำความเข้าใจ 'เสื้อชูชีพ-เสื้อพยุงตัว' ต่างกันอย่างไร
จากกรณีดารา-นักแสดงชื่อดัง "แตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์" พลัดตกจากเรือกลางแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงใต้สะพานพระราม 7 ท่าเรือพิบูลสงคราม เขตจังหวัดนนทบุรี กลางดึกคืนวันที่ 24 ก.พ. กระทั่งพบร่างของแตงโมเมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา ท่ามกลางความเสียใจของแฟนๆ และผู้ติดตามข่าว และจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมของ "กระติก-อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์" ผู้จัดการส่วนตัวที่ได้ทิ้งนักแสดงสาว หลังจากพลัดตกเรือ และไม่โทรแจ้งคุณแม่ พร้อมทั้งยังสั่งให้ปิดข่าว รวมไปถึงดราม่าเรือหรู แต่ไม่มีเสื้อชูชีพ ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก ตำรวจสอบสวนกลาง ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า เสื้อชูชีพ vs เสื้อพยุงตัว ต่างกันอย่างไร ในการเดินทางโดยสารทางเรือ หรือการทำกิจกรรมหรือกีฬาทางน้ำต่างๆ สิ่งหนึ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างมาก ก็คือการสวมใส่เสื้อชูชีพ เพราะจะช่วยเพิ่มความปลอดภัย หากเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ หรือเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ความแตกต่างระหว่าง เสื้อชูชีพ และ เสื้อพยุง เสื้อชูชีพ (Life jacket) – มีแรงลอยตัวสูง ใช้ได้ทุกสภาพอากาศ ทั้งในน้ำทะเล น้ำเชี่ยว น้ำไหล – ถูกออกแบบให้พลิกตัวผู้ประสบภัยให้หงายหน้าขึ้น จึงสามารถใช้กับผู้ประสบภัยที่ไม่รู้สึกตัว หมดสติ หรือสลบได้ ข้อจำกัด - มักจะจำกัดการเคลื่อนไหว เสื้อพยุง (Buoyancy Aid) – เหมาะสำหรับกีฬาทางน้ำ เช่น เจ็ทสกี เรือใบ สกีน้ำ เรือคายัค เรือแคนู ฯลฯ – ใส่สบาย และเคลื่อนไหวได้คล่องตัว – หากใส่เสื้อพยุงตัว ต้องตีขาช่วย เพื่อให้หน้าไม่คว่ำ ข้อจำกัด – ถูกออกแบบเป็นตัวช่วยให้ลอยอยู่ในน้ำ มากกว่าเป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิต – เหมาะสำหรับผู้ที่มีสติและรู้สึกตัว เพราะเสื้อพยุงตัวจะไม่ช่วยพลิกให้หน้าของผู้สวมใส่หงายขึ้นเหมือนกับเสื้อชูชีพ เพื่อความปลอดภัย เมื่อสวมใส่เสื้อชูชีพ/เสื้อพยุงตัวแล้ว ควรล็อคให้ครบทุกจุด รวมทั้งสายคล้องขา