5 อันดับข่าวเด่น “สาธารณสุข”
ปี 2562 มีหลายเรื่องราวสำคัญที่เกิดขึ้นในแวดวงสาธารณสุขและเกี่ยวพันกับสุขภาพของคนไทย
“วัณโรคหลังโพรงจมูก” โรคหายาก
ประเดิมด้วยข่าวที่สร้างความสะเทือนใจ กับการจากไปของน้องน้ำตาล เดอะสตาร์
จากคนปกคิ ร่างกายแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัว อยู่ดีๆ เลือดกำเดาไหล หายใจไม่ออก ต้องส่งโรงพยาบาล กลับกลายเป็นอาการสุดอันตราย ได้แต่รอปาฎิหาริย์
แต่สุดท้ายปาฎิหาริย์ไม่มีจริง น้องน้ำตาลจากไปทั้งที่ยังเยาว์วัย ในช่วงเวลาแค่ 4 วันเท่านั้น ยากนักที่ครอบครัวคนที่รักจะทำใจกับการสูญเสียครั้งนี้ได้
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ค้นพบว่า สาเหตุที่ทำให้น้องน้ำตาลจากไป เป็นโรคหนึ่งที่หายากในโลก พบมีเชื้อวัณโรคหลังโพรงจมูก
สำหรับเคสนี้พบได้น้อยกว่า ร้อยละ 1 ของวัณโรคที่พบนอกปอด โดยทั่วโลกพบ 1 ใน 3 ของคนที่ป่วย ซึ่งอาจไม่แสดงอาการใดๆ โดยเฉพาะเคสน้องน้ำตาลสาหัสมากเพราะทั่วโลกยังไม่เคยพบคนไข้รายไหนเลือดมากขนาดนี้
พร้อมเตือนประชาชนอย่าได้ประมาทวัณโรคเด็ดขาด แม้เหมือนจะเป็นโรคที่ได้ยินกันมานาน โดยแนะต้องตรวจร่างกายทุกปี เพราะโรคนี้เกิดได้กับทุกคน
- “กัญชา” อนุทินฝันไกลไปไม่ถึง
มาแรง และออกตัวแรงมาก สร้างความหวังใหม่ให้กับคนป่วยไข้ “กัญชา” รักษาโรค ประเดิมด้วย 4 กลุ่มโรค ผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด, กลุ่มโรคปลอกประสาทอักเสบ, กลุ่มโรคเจ็บปวดเรื้อรัง และกลุ่มใช้เพื่อควบคุมอาการ
ขณะก่อนหน้า กระแสน้ำมันกัญชา ที่ฮิตกันมากมายว่าสรรพคุณเป็นยาวิเศษ เกิดการฉวยช่องผลิต-ซื้อขายกันโดยไม่ถูกกฎหมายในโลกออนไลน์ และอันตราย ด้วยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ตัวจริง
ก่อให้เกิดผลข้างเคียง จนยอดคนเข้าโรงพยาบาลพุ่งอย่างน่าตกใจ
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการประกาศให้ใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ มีคลินิกกัญชากระจายทั่วไทย แต่กระนั้น จนถึงวันนี้ ฝันของรมว.สาธารณสุขคนปัจจุบัน ก็ยังไปไม่ถึงตามที่ตั้งไว้
แต่กระนั้น ถือเป็นความก้าวหน้าเป็นทางเลือกในการรักษาโรคของไทยอย่างยิ่ง
- แบน3สารพิษอันตราย
พาราควอต – คลอร์ไพริฟอส-ไกลโฟเซต ซึ่งเป็นสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอันตราย โดยเฉพาะพาราควอต ที่เป็นเบอร์ 1
ทั้งเกษตรกร คนฉีด ผู้บริโภคที่ได้รับสารพิษต่อกันเป็นทอดๆ ไป
ถือเป็นการปฏิวัติครั้งใหญ่และครั้งแรกในภาคเกษตรกรรมของไทย เมื่อจะมีการแบนห้ามใช้
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสเสียงสนับสนุนให้แบนทั้ง 3 สาร โดยจะให้มีผลบังคับใช้ในปลายปี 62 แต่ที่สุด มติสรุปให้เลื่อนการแบนออกไป
ไม่ว่าการเลื่อนการแบน จะมีการตั้งข้อสงสัยจะมีนอกมีในกันหรือไม่ อย่างไร
พร้อมกับที่มีการตั้งข้อกังขาว่า แน่ใจหรือว่า หากหลบ 3 สารนี้ได้ ไทยจะพ้นสารเคมีพิษได้จริงๆ หรือแค่เปลี่ยนตัวใหม่...
- ปักหมุดจุดเช็กอินใหม่ไปตีรพ.กัน
กลายเป็นพิกัดใหม่ยอดนิยมของบรรดาตัวแสบ ก๊วนซ่า นักเลงอันธพาลทั้งหลาย ที่การตีกันนิยมไปปิดจ๊อบที่โรงพยาบาล
จนแทบจะกลายเป็นสนามรบแห่งใหม่...
ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข (นับถึงพ.ย.62) เกิดเหตุวิวาทใช้ความรุนแรงถึง 26 ครั้ง โดยเฉพาะพิกัดยอดฮิตคือ หน้าห้องฉุกเฉิน
นอกจากจะสร้างปัญหาให้สังคม ยังสร้างความสะเทือนขวัญ สั่นประสาทให้กับทั้งหมอ พยาบาล ทั้งคนไข้ ทั้งความเสียหายให้กับเครื่องมือแพทย์ราคาแพง
กระทั่งบิ๊กสธ.ลั่น นี่คือโรงพยาบาลไม่ใช่สนามรบ พร้อมประกาศจัดการเอาผิดกับพวกก่อความรุนแรงถึงขั้นเด็ดขาด
ซึ่งต้องติดตามกันว่า ขู่ใช้ยาแรงขนาดนี้ ยังจะกล้าบ้าดีเดือดกันอีกหรือไม่...
-รพ.ยาไม่พอ/อนาถ!คนป่วยยืมยากันกิน
เรียกว่าลำพังระบบสาธารณสุขในต่างจังหวัด ซึ่งหากไม่ใช่จังหวัดหรือตัวเมืองใหญ่ การรักษาพยาบาลก็จะมีข้อจำกัดมากมายอยู่แล้ว
และยิ่งหากมีปัญหาอื่นอันเนื่องมาจากระบบการจัดการของหน่วยงานโรงพยาบาล ก็จะยิ่งสร้างผลกระทบให้กับประชาชนหนักขึ้นไปอีก
ดังเช่น ปัญหาในการจัดซื้อยาของรพ.แห่งหนึ่งใน จ.กาฬสินธุ์ เนื่องมาจากพบความผิดปกติในการจัดซื้อยา และมีการอายัด จนทำให้การจัดซื้อยาไม่สามารถทำได้ กระทบต่อคนไข้ได้ยาไม่ครบ
ทั้งยังลุกลามจากรพ.ในตัวเมือง ไปถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือรพ.สต. ยาไม่พอ ชาวบ้านต้องแบ่งยากันกิน
ขนาดป่วยโรคเดียวกันยังกินยาตัวเดียวกันไม่ได้ แต่ที่นี่เมืองไทย...อะไรก็เป็นไปแล้ว
ขณะหลายคนที่ขาดยา อาการกำเริบจนเกือบจะเสียชีวิต
ทั้งนี้ รพ.นั้นยอมรับว่ามีปัญหาขาดแคลนยา เพราะไม่มีเงินจ่ายค่ายาให้บริษัทด้วยติดหนี้อยู่หลายล้าน ท่ามกลางการตั้งข้อสงสัยถึงความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อดังกล่าว ขณะการตรวจสอบเบื้องต้น พบยังไม่มีอะไรน่าสงสัย
ขนาดที่คนไข้ต้องยืมยากันกิน เป็นอีกภาพสะท้อนสาธารณสุขไทย ได้โดยไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ...