กทม. ประกาศพื้นที่ควบคุมมลพิษทั่วกรุง เตรียมขยาย Low Emission Zone รับมือฝุ่น PM2.5 เน้นเจรจาข้ามจังหวัด

คุณภาพชีวิต8 ต.ค. 2568 • 11:38 น.
กทม. ประกาศพื้นที่ควบคุมมลพิษทั่วกรุง เตรียมขยาย Low Emission Zone รับมือฝุ่น PM2.5 เน้นเจรจาข้ามจังหวัด

วันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยแนวทางเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่กำลังจะมาถึง โดยมีการประกาศให้พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็น "เขตควบคุมมลพิษ" แล้ว การประกาศนี้ทำให้ กทม. มีอำนาจมากขึ้นในการดำเนินการมาตรการที่เข้มข้น

สำหรับมาตรการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีที่ผ่านมา (ไม่ใช่แค่ในช่วงหน้าฝุ่น) ได้แก่

1. ขยาย Low Emission Zone (low zone) โครงการจะขยายไปทั่วทั้งเขตกรุงเทพมหานคร ในช่วงภาวะวิกฤต รถยนต์ที่จะเข้าสู่พื้นที่ กทม. จะต้องอยู่ใน "บัญชีสีเขียว" หากไม่ปฏิบัติตามจะถูกปรับ

2. การจัดการแหล่งกำเนิดฝุ่นเฉพาะจุด มีการวิเคราะห์และพบว่ามี 2 อำเภอในจังหวัดนครนายกที่มีการเผา และส่งผลกระทบต่อมวลฝุ่นในกรุงเทพฯ กทม. จะดำเนินการเจรจาโดยตรงกับพื้นที่ดังกล่าว และได้มีการแจ้งต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอเชิญจังหวัดที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันแก้ไขปัญหานี้

3. การร่วมมือทางข้อมูลและมาตรการป้องกัน กทม. ได้ร่วมมือกับบริษัท IQAir AG ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการตรวจสอบฝุ่นทั่วโลก เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับฝุ่นเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการทำ "ห้องเรียนปลอดฝุ่น" เพิ่มขึ้น เพื่อให้เด็กนักเรียนมีพื้นที่พักที่ปลอดภัย

นายชัชชาติ กล่าวว่า นอกจากมาตรการควบคุมแล้ว กทม. ยังคงผลักดันการใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพื่อช่วยลดมลพิษ โดยมีการขยายเครือข่ายให้มากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมการใช้จักรยาน (bike sharing) และการปรับปรุงทางเท้าให้ดีขึ้น เพราะการบรรเทาปัญหาการจราจรจะส่งผลให้การปล่อยไอเสียลดลงด้วย นอกจากนี้ยังมีการขยายโครงการเวิร์คฟอร์มโฮมให้มากขึ้น ปัจจุบันมีสมาชิกเข้าร่วมกว่า 200,000 รายแล้ว โดยภาพรวม การแก้ไขปัญหาฝุ่นต้องใช้มาตรการรวมกันมากกว่า 10 มาตรการ

"แม้จะมีความพยายามในการสนับสนุนให้ประชาชนใช้รถส่วนตัวน้อยลงผ่านโครงการต่างๆ เช่น "Free car Everyday" แต่ก็ยอมรับว่าประชาชนยังคงเผชิญกับความไม่สะดวกอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม กทม. แสดงความยินดีที่รัฐบาลมีแผนจะทำรถเมล์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 1,500 คัน ซึ่งจะช่วยเป็นทางเลือกในการเดินทางและลดการใช้รถส่วนตัวได้อย่างมาก จึงขอฝากให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่กำกับดูแล เช่น องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ผลักดันโครงการนี้ให้สำเร็จ" นายชัชชาติ กล่าว