อัปเดตแนวรับสถานการณ์น้ำ กทม. ยัน ยังไม่กังวล มั่นใจ เคลียร์น้ำท่วมใน 3 ชั่วโมง
วันที่ 3 ตุลาคม 2568 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า ยังไม่มีความกังวลอย่างชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน แม้จะมีข้อมูลว่าน้ำทางด้านเหนือในเขื่อนหลายแห่งเริ่มเต็มที่ระดับ 90% และกรมชลประทานอาจจะเร่งระบายน้ำลงมา อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาในปัจจุบันยังไม่ถึง 3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ระดับวิกฤต) โดยอยู่ที่ประมาณ 2,300 ถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งยังไม่น่ากังวล
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาวานนี้ บริเวณท่าเรือเทเวศร์ และชุมชนนอกแนววัดเทวราชกุญชร มีระดับน้ำอยู่ที่ +1.70 ม.รทก. ขณะที่คั้นกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยามีความสูงที่ระดับ 2.80-3.50 ม.รทก.
สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือน้ำหนุนสูง คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 9-10 ตุลาคมนี้ ระดับแม่น้ำเจ้าพระยาจะขึ้นสูง หากมีการปล่อยน้ำเหนือลงมามากในช่วงเวลานั้น อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่บริเวณริมน้ำที่อยู่นอกแนวป้องกันน้ำท่วม
สำหรับพื้นที่ที่อยู่ในแนวป้องกัน หากเกิดปัญหารั่วไหล น้ำท่วมจะอยู่เพียงชั่วคราวประมาณ 2 ชั่วโมง และจะระบายลงอย่างรวดเร็ว กทม. จะเร่งซ่อมแซมจุดรั่ว และติดตั้งเครื่องสูบน้ำสำรองในพื้นที่ดังกล่าว สำหรับประชาชนที่อยู่นอกแนวป้องกันส่วนใหญ่มีความคุ้นชินกับระดับน้ำที่ขึ้นลง กทม. จะมีการสร้างสะพานสัญจรชั่วคราวในพื้นที่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นสูงและมีน้ำท่วมขัง
ด้านความกังวลหลักยังคงเป็นปริมาณฝนที่ตกหนักในพื้นที่ เช่น 100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ก่อนสิ้นเดือนนี้ ในอดีตเคยเกิดเหตุการณ์ฝนตกหนักถึง 206 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ในพื้นที่เขตพระนคร เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2560 ทำให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขัง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้อีก แต่ยืนยันว่า ด้วยระบบระบายน้ำและอุโมงค์ที่พัฒนาขึ้นในปัจจุบัน หากเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมจะกินเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง และจะไม่ท่วมค้างคืนอย่างแน่นอน
สถานการณ์ 24 ชั่วโมงข้างหน้า
สำหรับสถานการณ์น้ำและการพยากรณ์อากาศ ในระยะ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ ส่วนใหญ่บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ตอนล่าง เนื่องด้วยมีลมตะวันออกพัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และอ่าวไทย ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังอ่อน
สำหรับสถานการณ์พายุโซนร้อน "แมตโม" ซึ่งปกคลุมบริเวณเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่าจะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบนในวันที่ 3 ตุลาคม 2568 และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม 2568 โดยพายุนี้จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย
ด้านพยากรณ์อากาศกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คาดการณ์ว่าจะมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง ต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียสและสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมพัดจากทิศตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พยากรณ์อากาศ 7 วัน (3-9 ต.ค. 68) โอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองยังอยู่ในระดับ 60% ในช่วงวันที่ 3-5 ต.ค. และเพิ่มเป็น 70% ในวันที่ 8-9 ต.ค. 68
ส่วนปริมาณฝนสูงสุดใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา (07.00 น. เมื่อวาน - 07.00 น. วันนี้) วัดได้ 53.0 มิลลิเมตร (มม.) ที่สถานีรัชดา-วิภาวดี เขตจตุจักร รองลงมาคือ สำนักงานเขตประเวศ 38.5 มม. และสถานีคลองบางซื่อ เขตบางซื่อ 35.0 มม.
ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 3 ตุลาคม 2568 เวลา 03.20 น. ตรวจพบกลุ่มฝนเล็กน้อยถึงปานกลางจากปทุมธานี เคลื่อนตัวเข้าปกคลุมพื้นที่ฝั่งพระนครทั้งหมด และทวีกำลังเป็นฝนปานกลางถึงหนัก เคลื่อนเข้าปกคลุมฝั่งธนบุรีทั้งหมด ก่อนจะเคลื่อนออกจากพื้นที่ไปทางจังหวัดสมุทรสาครและนครปฐม เวลา 06.50 น.
ปริมาณฝนสะสมตั้งแต่ 1 มกราคม – 2 ตุลาคม 2568 อยู่ที่ 1,445.0 มม. ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปี คิดเป็นร้อยละ 5.7
ด้านสถานการณ์น้ำในพื้นที่และแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำในคลองต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกคันป้องกันน้ำท่วมของ กทม. ส่วนใหญ่อยู่ในระดับน้ำปกติ ณ เวลา 07.00 น.
ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ (ข้อมูล ณ วันที่ 2 ต.ค. 68) เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำร้อยละ 94 , เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนร้อยละ 95.00 , เขื่อนภูมิพลร้อยละ 87 , และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ร้อยละ 74
ปริมาณน้ำผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ณ วันที่ 3 ต.ค. 68 นครสวรรค์ 2,770 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) และเขื่อนเจ้าพระยา 2,400 ลบ.ม./วินาที
ระดับน้ำทะเลหนุนสูงสุด ในช่วงบ่ายของวันที่ 3 ต.ค. 68 คือ +1.15 เมตร (ม.รทก.) เวลา 18.40 น. (ที่สถานีกองบัญชาการกองทัพเรือ)
ค่าความเค็มสูงสุดของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สถานีวัดต่างๆ (เช่น คลองแจงร้อน, คลองดาวคะนอง, เทเวศน์) ยังคงมีค่าความเค็มต่ำที่ 0.1-0.2 ณ วันที่ 2 ต.ค. 68 (ค่าที่ต้องระมัดระวังสำหรับพืชทั่วไปคือเกิน 1.2 กรัม/ลิตร)
ด้านเหตุการณ์และข้อขัดข้อง ไม่มีรายงานจุดเร่งการระบายน้ำในถนนสายหลัก แต่มีรายงานกระแสไฟฟ้าขัดข้องในพื้นที่ ได้แก่ สถานีสูบน้ำเจ้าคุณสิงห์, สถานีสูบน้ำลาดพร้าว 132, ประตูระบายน้ำคลองประเวศฯ, และสถานีสูบน้ำบางเขนเก่า ในช่วงเวลา 05.00 – 06.00 น. ของวันที่ 3 ต.ค. 68