นักวิชาการ เผยสถานการณ์ของสังคมผู้สูงวัยในประเทศไทยน่าเป็นห่วง
การบรรยายในหัวข้อ "สถานการณ์ผู้สูงวัยในไทยน่าเป็นห่วง" นักวิชาการด้านประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยสถานการณ์ของสังคมผู้สูงวัยในประเทศไทยน่าเป็นห่วง เพราะอายุยืนมากขึ้น แต่ยังขาดการเตรียมพร้อมรวมทั้งการออมที่มีคุณภาพ ขณะที่อัตราการเกิดลดลง กระทบต่อเนื่องด้านแรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่ประสบปัญหาสังคมผู้สูงวัยด้วยเช่นกัน
ศาสตราจารย์ ดร.วิพรรณ ประจวบเหมาะ คณบดีวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยผลการศึกษา สถานการณ์ของผู้สูงวัย ในการบรรยาย หัวข้อ ความมั่นคงของมนุษย์กับประชาคมอาเซี่ยน ให้กับผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร ภูมิพลังแผ่นดิน รุ่นที่ 5
โดยพบว่าประชากรโลกเข้าสู่สังคมสูงวัยตั้งแต่ปี 2543 และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประชากรในอาเซี่ยนมีอายุยืนยาวขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของอาเซี่ยน
อัตราการเกิดในประเทศไทยลดลงอย่างมาก คนไทยอายุยืนยาวมากขึ้น จากเดิมเป็นรูปคล้ายเจดีย์ยอดแหลม ซึ่งส่วนยอดหมายถึงมีผู้สูงอายุจำนวนน้อย และส่วนฐานกว้าง คือเด็กเกิดใหม่ ที่มีจำนวนมากกว่าประชากรทุกช่วงวัย เปลี่ยนเป็นส่วนฐานเล็ก ส่วนกลางและส่วนยอดมีขนาดใหญ่ขึ้น คาดว่าในปี 2579 จะมีสัดส่วนผู้สูงอายุกว่า 1 ใน 3 ของประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่อายุ 40-50 ปีในปัจจุบันนี้
ปัจจุบันอัตราการเกิดของคนไทยลดลง เพราะพ่อแม่ มองว่าเป็นภาระ และมีความเป็นห่วงลูกที่จะเกิดมา เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจ และสังคม และมักให้ลูกอยู่กับผู้สูงอายุ เกิดคุณแม่วัยใส ส่งผลทั้งคุณภาพชีวิต การศึกษา คุณธรรมจริยธรรม คนพร้อมไม่ท้อง แต่คนท้องกลับไม่พร้อม
ประเทศเพื่อบ้าน เช่น เมียนมา ลาว กัมพูชา กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเช่นกัน จึงมีโอกาสที่ไทยจะขาดแคลนแรงงานที่พึ่งพิงจากประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่คนไทยจะลดและเลิกการทำงานจำนวนมากเมื่ออายุ 45 ปีเป็นต้นไป เพื่อดูแลพ่อแม่ผู้สูงวัยและหลาน การรองรับที่สำคัญคือ การเตรียมพร้อมทั้งการออม และสภาพแวดล้อม
สิ่งสำคัญคือสังคมไทยต้องไม่มองวาผู้สูงอายุเป็นภาระ แต่ควรให้เป็นผู้เชี่ยวชาญชีวิตที่มีประสบการณ์และเป็นคลังปัญญา เพื่อช่วยขับเคลื่อนสังคม โดยแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ต้องครอบคลุมทั้งระบบสุขภาพ สังคมและการออมเพื่อเป็นหลักประกันในชีวิตที่เข้าสู่สังคมผู้สูงวัย
แชร์บทความ