ปรับตัวก่อน! รอดก่อน……ทางเลือกทางรอดในยุค New Normal เทรนด์โลก Digital ของธุรกิจสุขภาพและความงาม

ประชาสัมพันธ์3 ก.ค. 2564 • 10:11 น.
ปรับตัวก่อน! รอดก่อน……ทางเลือกทางรอดในยุค New Normal เทรนด์โลก Digital ของธุรกิจสุขภาพและความงาม
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก และจะระบาดยาวนานเพียงใดไม่รู้ได้ ผู้ประกอบการธุรกิจหลายสาขาอาชีพ ต่างรับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนึ่งในนั้นก็คือ ธุรกิจด้านความงามและสุขภาพ ที่ต้องปิดกิจการชั่วคราว หรือเลิกกิจการไป จากมาตรการล็อกดาวน์ประเทศ การชะลอตัวด้านเศรษฐกิจที่ผ่านมา การสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตัวเองเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ การเว้นระยะห่างทางสังคม เหล่านี้ทำให้ ตลาดความงาม เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลางการรับมือการแพร่ระบาดของโควิดทำให้กำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลงเป็นปัจจัยทำให้ คลินิกความงามต้องปรับตัวตาม เพื่อรับมือจากทุกสถานการณ์ตลอดเวลา มีการทำการขายและการตลาดแบบออนไลน์มากขึ้น เพื่อรองรับกับผู้คนที่นิยมใช้ Social Media มากขึ้นมีการออกโปรโมชั่นด้านราคา ลด แถม หรือ เหมาจ่ายในราคาที่คุ้มค่ามากขึ้น มีการทำรีวิวสินค้า ตลอดจนนำ เน็ตไอดอล หรือ กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์เข้ารับบริการ ผ่านออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อดึงกลุ่มลูกค้ากลับมาใช้บริการเหมือนเดิม โดยเฉพาะธุรกิจสถานเสริมความงามที่ต้องปรับแนวทาง และกลยุทธ์ที่จะให้ธุรกิจอยู่รอด หนึ่งในนั้น คือ การปรับปรุงพัฒนาบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค จากการแพร่ระบาดของ ไวรัสโคโรน่า 2019 ทำให้ตระหนักถึงสุขภาพมากขึ้นกว่าเดิม นอกเหนือความสวยงาม และการดูแลผิวพรรณภายนอก ดังนั้น คลินิกความงามที่มีเฉพาะบริการทรีทเมนต์ผิว ฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ร้อยไหม อาจไม่สามารถตอบสนอง ความต้องการของผู้บริโภคได้จึงจำเป็นต้องมีสินค้า และ บริการที่สอดคล้องกับการเสริมสร้างสุขภาพด้วย ศาสตร์ด้าน หนึ่งที่น่าสนใจ และเป็นที่รู้จักมากขึ้น คือ เวชศาสตร์ชะลอวัยและการฟื้นฟูสุขภาพ (Anti-Aging and Regenerative Medicine) ที่ใช้ป้องกันและฟื้นฟูร่างกายให้ดูดีจากภายในสู่ภายนอกเพื่อให้ มีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ โดยคลินิกความงามสามารถนำมาผสมผสานกับบริการ ด้านความงามเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสการอยู่รอดในธุรกิจคลินิกความงามอีกทางหนึ่ง และจากค่าใช้จ่ายในการบริการที่ถูกลง จึงทำให้ตลาดขยายตัวมากขึ้น ผู้รับบริการไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มที่มีฐานะดีและมีชื่อเสียงเท่านั้น แต่รวมถึงคนรุ่นใหม่ตั้งแต่วัยรุ่นตอนปลายทั้งผู้ชาย ผู้หญิง ไปถึงวัยผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุที่เริ่มหันมาดูแลสุขภาพและภาพลักษณ์ภายนอกมากขึ้น นับเป็นเทรนด์ของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสุขภาพและความงาม ยังเจริญเติบโต แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ยังคงอยู่ต่อไปอีกยาวนานก็ตาม ฉะนั้นหากผู้ประกอบธุรกิจมีการปรับตัวก่อน ก็ย่อมรอดก่อน นั่นเอง คุณกนกพร โฉมอาสา ผู้บริหาร บริษัท GNL นักการตลาดและประชาสัมพันธ์คลินิกความงามและ ศัลยกรรม ผู้คร่ำหวอดการทำการตลาดธุรกิจความงามและสุขภาพมานานกว่า 7 ปี ดูแลลูกค้ากว่าร้อยรายเล่าถึง ประสบการณ์ในการวางแผนการตลาดของคลินิกความงาม และวิวัฒนาการความเปลี่ยนแปลง ของเทคโนโลยีที่ดีทันสมัยขึ้นของธุรกิจด้านนี้ และผลกระทบในยุค New Normal ว่า ได้เริ่มเข้าทำงานที่คลินิกความงามและเรียนรู้ด้านนี้มาอย่างต่อเนื่อง มีโอกาสสั่งสมประสบการณ์ ต่อมาเข้าไปทำงานในบริษัทด้าน Marketing ในแผนก Business Development ในส่วน Digital Marketing E-commerce และ Marcom เมื่อนำความรู้และประสบการณ์ทั้ง 2 สายงานมาผนวก เข้าด้วยกัน ก็พบว่าช่องทางในการเป็นผู้ประกอบการด้วยตนเองนั้นมีความเป็นไปได้ ในการทำการตลาดให้กับคลินิกความงามและสุขภาพเป็นอย่างดี “คุยกับเจ้าของคลีนิค ทำให้รู้ว่าการทำหัตถการนั้น เมื่อลูกค้าต้องการฉีดฟิลเลอร์ ร้อยไหม คุณหมอจะต้องประเมินถึงผลลัพธ์ว่า ทำแล้วผลจะออกมาอย่างไร ก็เอามาเป็นแนวคิด เบื้องต้นการวางแผนการตลาดของคลีนิค เพื่อดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการนั้น แน่นอนว่าคลินิกปัจจุบันมีจำนวนมาก ฉะนั้นต้องหาความแตกต่าง และจุดเด่นของตัวเอง ซึ่งความชำนาญของคุณหมอที่สามารถออกแบบปรับรูปหน้า ลูกค้าได้ โดยใช้ตัวยาและเครื่องมือ เช่น เครื่อง Hifu Botox Filler และการร้อยไหม นับเป็นการขายที่ดี เป็นต้น จากนั้นมาคิดต่อว่าต้องทำการสื่อสารในการขายแบบไหน? ราคาอย่างไร? มีโปรโมชั่นอะไรบ้าง? คุณภาพสินค้าดีไหม? และดีอย่างไร? แล้วนำมาเผยแพร่สู่สังคมให้ผู้ใช้บริการได้รับทราบ”ผู้บริหารบริษัท GNL กล่าว ปัจจุบันผู้คนนิยมใช้บริการซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น และในสถานการณ์ COVID-19 ธุรกิจหลายประเภท ต่างหันมาทำธุรกิจ E-Commerce ทดแทน เมื่อลูกค้าไม่สามารถไปเดินห้างฯ เข้าคลีนิค เพื่อ ปรึกษารายละเอียดและสอบถามราคา ตลอดถึงการใช้บริการ ฉะนั้นต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาด จากรูปแบบ เดิมๆ มาสู่ช่องทางออนไลน์ ผ่านอินฟลูเอนเซอร์ และ บิวตี้บล็อกเกอร์ ในการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อให้เกิดความสนใจในตัวสินค้าและบริการ ที่สำคัญเรื่องของความงามเป็นสุนทรียภาพ แม้ว่าคนในสังคมปัจจุบันต้องใส่หน้ากากอนามัย แต่ก็ยังต้องการสวย และดูดีอยู่เสมอ ที่สำคัญปัจจัยสนับสนุนที่ดี คือ พฤติกรรมผู้ใช้บริการที่เปลี่ยนไป ผู้บริโภคติดตามข้อมูล ศึกษาสิ่งที่ตนต้องการผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น การมีช่องทางการจำหน่ายจำนวนมาก และมีต้นทุนต่ำ ระบบการชำระเงินที่หลากหลาย แอปพลิเคชั่นที่ใช้ในการเลือกใช้บริการเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายจึงเป็นช่องทางเสริมที่ดี “ในปัจจุบันธุรกิจคลินิคเสริมความงามมีการแข่งขันทางการตลาดสูง เนื่องจาก Service หรือ บริการที่มีความ คล้ายคลึงกัน ธุรกิจด้านนี้ต้องลงทุนสูง การทำการตลาดออนไลน์ก็ต้องออกมาดูดี มีแบรนด์ มีราคา มีความน่าเชื่อถือ และมีทิศทางการตลาดอย่างชัดเจน มีกลยุทธ์ทั้งเพื่อ สนับสนุนแบรนด์ และใช้เครื่องมือออนไลน์ให้เหมาะสม ดังนั้นการวางแผนทางด้านการตลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากวางแผนไม่ดีอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการลองผิดลองถูก ซึ่งแน่นอนว่าจะมาคู่กับ Cost หรือ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และเวลาที่สูญเสียไป ฉะนั้นการทำการตลาดออนไลน์ครบวงจร หรือ 1-Stop-Service ตั้งแต่การทำเว็บไซต์ การโปรโมทเว็บไซต์ รวมไปถึงการใช้ตลาดบนสื่อ Social Media ได้แก่ การทำ Facebook Ads, LINE OA (Line official account), SEO (Search Engine Optimization), SEM (Search Engine Marketing), Google Ads (Google AdWords) และการลงโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์อื่นๆ รวมไปถึงการทำ Application ตลอดทั้งมีทีมงานมืออาชีพที่สามารถติดตามและวิจัยเทรนด์ของการตลาดออนไลน์ ได้อย่างทันการเพื่อปรับกลยุทธ์ การให้บริการให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของการตลาดออนไลน์ (Digital Marketing) ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย”กนกพร โฉมอาสา กล่าว