3 เมษาฯ มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ 11 ปี แห่งภารกิจปิดทองหลังพระ

ประชาสัมพันธ์2 เม.ย. 2563 • 10:50 น.
3 เมษาฯ มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ 11 ปี แห่งภารกิจปิดทองหลังพระ
ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานกรรมการ มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ฯ และรองประธาน สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า พวกเราผู้บริหาร คณะทำงาน และ เจ้าหน้าที่ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ในโอกาสที่ วันที่ 3 เมษายน 2563 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 11 ปี วันที่ 3 เมษายน 2552 แห่งการก่อตั้งมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ เวียนมาอีกครั้งหนึ่ง เป็น 11 ปี แห่งภารกิจปิดทองหลังพระ ที่เราช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน ผมขอขอบพระคุณ พลเอกสิงหา เสาวภาพ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ พลตรีหญิง คุณหญิง อัสนีย์ เสาวภาพ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการ สภาสังคมสงเคราะห์ แห่งประเทศไทยฯ เป็นอย่างยิ่ง และขอบคุณหน่วยงานพันธมิตรทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุน ด้วยดีตลอดมา ในห้วง 11 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ฯ ได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ได้ปฏิบัติภารกิจเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กเยาวชนและประชาชนในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่มีศักยภาพแต่ขาดแคลนโอกาสในด้านต่างๆ ที่จะพัฒนาความสามารถเหล่านั้นให้สูงขึ้น และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับสังคมไทย ด้วยการการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ให้กับเยาวชนและประชาชนให้ได้รับโอกาสในการดำรงชีวิต ได้มีพื้นที่ในการแสดงออกตามความสามารถและตามความสนใจได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้มีศักยภาพที่สูงขึ้น ภายใต้ภารกิจของ มูลนิธิ มิราเคิล ออฟไลฟ์ฯ คือ เป็นผู้เผยแพร่และประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนทั่วไปให้มีส่วนร่วมต่อการพัฒนาศักยภาพของตน เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศ เป็นผู้ประสานความร่วมมือ ระหว่างภาครัฐและเอกชนในการสร้างสรรค์ กิจกรรมอันหลากหลายรูปแบบเพื่อการค้นหาและพัฒนาศักยภาพของตนเอง เป็นผู้สนับสนุนและส่งเสริม “วัฒนธรรมการให้” ในสังคมให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง เพื่อดำเนินการ หรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและยากไร้ในสังคมไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆในสังคมไทย เพื่อช่วยเหลือและจัดการความขัดแย้งต่างๆในสังคมไทยที่มิใช่ความขัดแย้งทางการเมือง และเป็นองค์กรที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ในรัชสมัยล้นเกล้าล้นกระหม่อม รัชกาลที่ 10 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ฯ ได้น้อมนำพระบรมราโชบายและแนวทางการทำงานพระราชทาน เป็นหลักการทำงานของมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ฯ โดยมีโครงการพระราชทาน โครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” เป็นต้นแบบ อีกทั้งมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ฯ ได้ดำเนินงานตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ในหลวงรัชกาลที่ 10 ในการที่จะ สืบสาน รักษา ต่อยอด แนวพระราชดำริหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และโครงการพระราชดำริฯ จาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่ทรงพระราชทานไว้ ให้คงอยู่คู่ประเทศไทยตราบนานเท่านาน แนวทางการทำงานพระราชทานที่ล้นเกล้า รัชกาลที่ 10 ได้ทรงมีพระเมตตาพระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยเหล่านี้ ถือเป็นสิ่งมหามงคลสูงสุด ที่ทรงมีพระเมตตา เล็งเห็นถึงความทุกข์ยากของประชาชน และ ทรงมีพระราชปณิธานอันมุ่งมั่น ที่จะแก้ไขปัญหาของประชาชน การบำบัดทุกข์บำรุงสุข การสร้างโอกาส และ การสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม “การบำเพ็ญตนเป็นจิตอาสา ตามโครงการพระราชทานนั้น สามารถทำได้ทุกวัน ทุกเวลา ตามกำลังและโอกาสอำนวยครับ ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์ เท่าที่จะทำได้ครับ การเสียสละ การให้ การมีน้ำใจต่อกัน ที่เราทำด้วยแรงกาย แรงใจ และ ความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 10 โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน จะเป็นพลังนำพาให้เราเกิดความสุขใจ ภาคภูมิใจ เกิดการสร้างสรรค์ชุมชน เกิดความเอื้ออาทรต่อกัน และสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่ตลอดไปครับ”ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช กล่าว รศ.ดร.จุรีย์รัตน์ ลีสมิทธิ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือเกษตรกร” มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ฯ เชิญชมภารกิจบางส่วนของมูลนิธิฯ ได้ที่ https://youtu.be/lZtz9yFcTzU และขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมสนับสนุน โครงการ "มิราเคิล ออฟไลฟ์ รวมใจไทยเป็นหนึ่ง" ได้ที่ หมายเลขบัญชี 2841323081 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ชื่อบัญชี มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ ใบเสร็จรับเงินสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ หรือ ติดต่อสอบถามรายละเอียด โทรศัพท์ 0 2537 0117-8