'บี.กริม เพาเวอร์' รุกหนักทั้งในและต่างประเทศ ขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าโซลาร์ รูฟท็อป

ประชาสัมพันธ์11 มิ.ย. 2564 • 13:29 น.
'บี.กริม เพาเวอร์' รุกหนักทั้งในและต่างประเทศ  ขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าโซลาร์ รูฟท็อป
ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM กล่าวว่า ด้วยนโยบายในปี 2564 บี.กริม เพาเวอร์ มีแผนเดินหน้าขยายการลงทุนธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์ รูฟท็อป) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมผ่านการพัฒนาพลังงานสะอาด เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดลดภาวะโลกร้อนและดูแลสิ่งแวดล้อมด้วยกันอย่างยั่งยืน โดยได้ขยายโรงไฟฟ้าโซลาร์ รูฟท็อป ในต่างประเทศ ด้วยการดำเนินการก่อสร้างและบริหารจัดการงานเดินระบบและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ในการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าโซลาร์รูฟท็อป รวม 6 เมกะวัตต์ ให้แก่ Alaska Milk Corporation ซึ่งเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมรายใหญ่ที่สุดของประเทศฟิลิปปินส์ ในเครือ Royal Friesland Campina N.V. บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก หนึ่งในผู้นำธุรกิจผลิตภัณฑ์นมที่ดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนานกว่า 140 ปี
ดร.ฮาราลด์ ลิงค์
ดร.ฮาราลด์ ลิงค์
ซึ่งโครงการในเฟส 1 มีกำลังผลิตไฟฟ้าจำนวน 3 เมกะวัตต์ ได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 และส่วนของโครงการในเฟส 2 มีกำลังผลิตไฟฟ้าจำนวน 3 เมกะวัตต์ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ทั้งนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จ และจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ภายในเดือน ธันวาคม 2564 นี้ นอกจากนี้ ดร.ฮาราลด์ กล่าวว่า เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บี.กริม เพาเวอร์ ได้เริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้าโซลาร์ รูฟท็อป โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งจำนวน 5.67 เมกะวัตต์ ให้กับบริษัทต่างๆ ในเครือของ Republic Biscuit Corporation (REBISCO) ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารชั้นนำระดับนานาชาติของประเทศฟิลิปปินส์ ที่มีประวัติการดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 58 ปี อีกด้วย อีกทั้งทาง บี.กริม เพาเวอร์ ยังได้ลงนามความร่วมมือในบันทึกข้อตกลง และสัญญาซื้อขายไฟฟ้า โรงไฟฟ้าโซลาร์ รูฟท็อป กำลังการผลิตติดตั้งขนาด 30 เมกะวัตต์ ให้กับ Al Madina Group ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ รัฐสุลต่านโอมาน ซึ่งจะเป็นการรุกเข้าไปพัฒนาและบริหารจัดการโรงไฟฟ้าโซลาร์ รูฟท็อป ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ที่มีโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญอีกด้วย
โรงไฟฟ้าโซลาร์ รูฟท็อป
โรงไฟฟ้าโซลาร์ รูฟท็อป
สำหรับโรงไฟฟ้าโซลาร์ รูฟท็อป ในประเทศไทย ปัจจุบัน บริษัทได้เข้าไปบริหารจัดการโรงไฟฟ้าโซลาร์รูฟ ท็อป ให้กับหลายองค์กร อาทิ ไอคอนสยาม เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป มูลนิธิทันตนวัตกรรมในพระบรมราชูปถัมภ์ เอไอเอ กรุ๊ป มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บริษัท อมตะ วอเตอร์ จำกัด ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และระยอง และสวนอุตสากรรมบางกะดี ปทุมธานี เป็นต้น ​ ทั้งนี้การติดตั้งโซลาร์ รูฟท็อป ซึ่งเป็นระบบที่ต้องมีการบำรุงรักษาระยะยาว สัญญาส่วนใหญ่ที่ทำกับลูกค้าจึงเป็นสัญญา 15-25 ปี เป็นการสร้างพันธมิตรระยะยาว ระหว่าง บี.กริม เพาเวอร์ กับลูกค้าในการร่วมสร้างพลังงานสะอาดไปพร้อมกัน สะท้อนวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี ของ บี.กริม เพาเวอร์ ได้อย่างเด่นชัด
โรงไฟฟ้าโซลาร์ รูฟท็อป
โรงไฟฟ้าโซลาร์ รูฟท็อป
ด้านนายพีรเดช พัฒนจันทร์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายกฎหมายและพัฒนาธุรกิจ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ด้วยรูปแบบความต้องการใช้พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้องค์กรต่างๆ โดยเฉพาะองค์กรระหว่างประเทศ มีนโยบายลดการสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระยะยาว และหันมาใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น ขณะที่การรุกเข้าสู่ธุรกิจโซลาร์ รูฟท็อปของบี.กริม เพาเวอร์ ถือเป็นพลังงานทดแทนที่มีการเติบโตสูง เมื่อบวกกับโครงการพลังงานในรูปแบบต่างๆ ที่บริษัทดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ บี.กริม เพาเวอร์ สามารถเสนอรูปแบบการจำหน่าย ดูแล และบำรุงรักษา ระบบไฟฟ้าให้กับลูกค้าได้อย่างครบวงจร และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งยังสามารถตอบโจทย์ทางด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างครบถ้วน