ยินดีอาจารย์และบุคลากร ม.เกษตรฯ ได้รับคัดเลือกเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่นประจำปี 2565
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอแสดงความยินดีกับอาจารย์และบุคลากร สังกัด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่นประจำปี พ.ศ.2565 เนื่องในวันข้าราชาการพลเรือน วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2566 ดังนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.รัตติกรณ์ จงวิศาล อาจารย์ประจำภาควิชาจิตวิทยา คณะสังคมศาสตร์ นางรวิภา สัจจาพิทักษ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ กองบริหารทรัพย์สิน สำนักงานวิทยาเขตกำแพงแสน
รศ.ดร.รัตติกรณ์ จงวิศาล ภาควิชาจิตวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นข้าราชการและเป็นอาจารย์มา 31 ปี ได้รับคัดเลือกให้เป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2565 กล่าวถึงความรู้สึกว่า “ ความภาคภูมิใจในชีวิต คือการได้เป็นข้าราชการและเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งตนได้ยึดถือทัศนคติในการทำงานมาโดยตลอด คือในการทำงานนั้นไม่ว่าจะเป็นงานเล็ก ๆ น้อย ๆ จนถึงงานในหน้าที่ความรับผิดชอบของเรา เป็นสิ่งที่มีคุณค่าและมีความหมายสูงสุดในชีวิต เพราะการทำงานทำให้เราได้ใช้ความสามารถและศักยภาพสูงสุดที่เรามี การทำงานทำให้ชีวิตเรามีคุณค่าถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติธรรม สุขแท้มีแต่ในงาน ครูอาจารย์ที่มีความสุขในการทำงาน จะช่วยเปลี่ยนแปลงโลกได้ สำหรับประวัติการทำงานที่ภาคภูมิใจที่ผ่านมา อาทิ การเขียนตำรา การทำวิจัยแล้วมีคนได้รับประโยชน์จากตำราและงานวิจัยที่ท ความภาคภูมิใจสูงสุดในชีวิตคือ“รางวัลอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ” ประจำปี พ.ศ. 2565 สาขาสังคมศาสตร์ จากที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) ได้รับมอบโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “
ด้านนางรวิภา สัจจาพิทักษ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ กองบริหารทรัพย์สิน สำนักงานวิทยาเขตกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับราชการที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีทัศนคติในการทำงาน คือ องค์กรจะก้าวหน้า หัวใจสำคัญนอกเหนือไปจากประสิทธิภาพในการทำงานแล้ว คือความสามารถในการบริหารคนในองค์กร เพื่อให้ความสัมพันธ์ของบุคลากรทุกฝ่ายเป็นไปอย่างราบรื่น เพราะการสื่อสารที่เกิดความเข้าใจ ไม่ว่าปัญหาอะไรก็สามารถผ่านไปได้ และที่สำคัญปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้
สำหรับประวัติการทำงานเริ่มบรรจุเข้าราชการ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2534 เป็นระยะเวลา 31 ปี 6 เดือน ผลงานแห่งความภาคภูมิใจ อาทิ ร่วมกันพัฒนาปรับปรุงกระบวนการทำงาน ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี มาใช้ในการสนับสนุนการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พัฒนาระบบการบริหารสัญญาเช่า และการบริหารความเสี่ยงด้านการเงิน เป็นต้น
สำหรับประวัติความเป็นมา การจัดงานวันข้าราชการพลเรือน เมื่อปี พ.ศ.2522 เป็นปีที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลต่าง ๆ ของรัฐ และสมาคมที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการพลเรือนได้หารือกันที่จะให้มีการจัดงานเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี แห่งการใช้กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ในที่สุดจึงได้ร่วมกันจัดงาน "สัปดาห์การบริหารงานบุคคล" ขึ้น ในระหว่างวันที่ 1-7เมษายน จากการจัดงานดังกล่าว จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลต่าง ๆ ของรัฐและสมาคมที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการพลเรือนได้เห็นพ้องต้องกันว่า ควรจะมีวันข้าราชการพลเรือนขึ้นมา และควรถือเอาวันที่ 1 เมษายน เป็น "วันข้าราชการพลเรือน" เหตุผลที่ต้องเป็นวันนี้ก็เพราะเป็นวันที่ได้มีการประกาศใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฉบับแรก คือ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พุทธศักราช 2472 นอกจากเหตุผลดังกล่าวนี้แล้ว การถือเอาวันที่ 1 เมษายน เป็น "วันข้าราชการพลเรือน" ยังเป็นเครื่องแสดงถึงกตเวทิคุณสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ในพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ ซึ่งเป็นผู้ทรงวางรากฐานระเบียบข้าราชการพลเรือนไทยสมัยใหม่ขึ้นมา
โดยมี วัตถุประสงค์ 1.เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการในการเป็นผู้ให้บริการ เสียสละ และอุทิศเวลาเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม 2.เพื่อให้ข้าราชการได้ตระหนักถึงเกียรติ หน้าที่ สามัคคี ซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นคุณสมบัติของข้าราชการอันจะเปลี่ยนภาพพจน์ ทัศนคติของประชาชนที่มีต่อ ข้าราชการให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น 3.เพื่อเผยแพร่ผลงานใหม่ ๆ ของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับ การให้บริการประชาชน 4.เพื่อยกย่องส่งเสริมข้าราชการที่มีความประพฤติ และผลการปฏิบัติงานดีเด่น รวมถึงเผยแพร่เกียรติคุณของข้าราชการดีเด่นให้ปรากฏ อันจะช่วยสร้างขวัญ และกำลังใจให้ข้าราชการกระทำความดีตลอดไป 5.เพื่อให้วันข้าราชการพลเรือน (1 เมษายน) เป็นวันที่มีความหมายอยู่ในความทรงจำ และเป็นวันที่ยอมรับของข้าราชการ และประชาชนโดยทั่วไป