"ดร.สุเมธ" นำประสบการณ์บอกเล่าถึง "หลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการบริหารธุรกิจที่ยั่งยืน" ในงานเปิดหลักสูตร Super LBA รุ่นที่ 1

ประชาสัมพันธ์17 มิ.ย. 2567 • 08:47 น.
"ดร.สุเมธ" นำประสบการณ์บอกเล่าถึง "หลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการบริหารธุรกิจที่ยั่งยืน" ในงานเปิดหลักสูตร Super LBA รุ่นที่ 1

เมื่อเร็วๆนี้ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “หลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืน” ในผู้เข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตร สุดยอดการบริหารธุรกิจด้วยกฎหมายสำหรับผู้นำองค์กร Super Legal Business Administration Leader Program หรือ Super LBA รุ่นที่ 1 รับฟัง ในโอกาสพิธีเปิดหลักสูตร 

ดร.สุเมธ กล่าวว่า การที่จะมุ่งไปสู่อนาคตอย่างไร อดีตมักเป็นบทเรียนอยู่เสมอ และในวันนี้ที่เป็นยุคเอไอ ดิจิทัล หรือ เมต้าเวิร์ด แต่เรากลับต้องเผชิญกับสภาพอากาศ PM 2.5 ที่ส่งต่อการหายใจ น่าเป็นห่วงเด็กที่ต้องเกิดมาในอนาคต ที่ผ่านมาคำว่าเศรษฐกิจพอเพียง คนอาจมองว่าเป็นเศรษฐกิจสำหรับคนจน และการพัฒนาประเทศต้องใช้เศรษฐกิจแนวหลัก ซึ่งเศรษฐกิจแนวหลักได้ก่อความพินาศให้กับประเทศซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

ขณะที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติผ่านมาถึงฉบับที่ 13 ที่เน้นคนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา กลับไม่มีความหมาย ทั้งที่ผ่านการลงพระปรมาภิไธย แต่รัฐบาลกลับไม่ได้นำไปปฏิบัติตาม ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ สังคมเราเป็นสังคม Emotional คือ ใช้อารมณ์เป็นเครื่องนำทาง แต่ชอบออกกฎหมายมาก จากที่เรียกกันว่าตุลาการภิวัฒน์ กลายเป็นตุลาการพิบัติ ทนายพิบัติที่มักออกมาเป็นตัวเอกของสังคม 

สงครามที่เกิดขึ้นจะมาจากการต่อสู้ระหว่างคนมีกับคนไม่มี ดังนั้นทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดสงคราม ต้องทำให้คนไม่มียกระดับขึ้นมา และเราไปยึดติดกระแสคำว่าGlobalization อย่างสหรัฐ ฝรั่งเศส และหลายประเทศในยุโรป และหลายหลักสูตรของไทยถูกครอบความคิดจากต่างขาติ ทำให้คนไทยลืมรากของตัวเอง ที่เป็นชาวพุทธ ที่วันนี้มีแต่พระพุทธกับพระสงฆ์ แต่พระธรรมได้หายไปจากสังคมที่ไปในทิศทางที่ผิดอย่างลัทธิเชื่อมจิต 

มนุษย์เป็นทั้งผู้สร้างและทำลาย ธรรมชาติมีธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ จำนวนประชากรไทย จาก 17ล้านคน ในปี 2498 เพิ่มมาเป็น70ล้านคนในปัจจุบัน การบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่ธรรมชาติกลับถูกทำลาย ขณะที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงให้ความสำคัญในการปกครองบ้านเมือง ด้วยคำว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม ” ซึ่งผ่านมาครึ่งศตวรรษ สหประชาชาติจึงมาประกาศคำว่า Good Governance ซึ่งตรงกับคำว่า “ครองแผ่นดินโดยธรรม”นั่นเอง

ต่างชาติจะเน้นหลักบนพื้นฐานของผลประโยชน์เท่านั้น ในขณะที่แนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระองค์ท่านได้ให้คำจำกัดความไว้ในปี 2542 เน้นการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ซึ่งไม่ได้ระบุเพียงแต่ด้านการเกษตร ไม่ใช้เงินหรือความร่ำรวยมาเป็นตัววัด โดยช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยอยากเป็น นิคส์ หรือ เสือตัวที่ 5 ตามประเทศอื่น จนลืมความเป็นตัวของตัวเอง  และหากจะเป็นประเทศอุตสาหกรรมสิ่งที่ต้องมีคือ 4 เสาหลัก 

เสาแรกคือเงินที่ต้องกู้มา เสาต้นที่2 คือเทคโนโลยี คือเครื่องจักร คอมพิวเตอร์ ที่เอาเงินกู้มาไปซื้อเขามาอีกที  เสาต้นที่ 3 คือคนที่จะเข้ามาบริหาร ซึ่งส่วนใหญ่ต้องจ้างคนต่างชาติเข้ามาบริหาร และเสาต้นที่ 4 คือ แผ่นดิน ทรัพยากรและคนที่ต่างชาติมาลงทุนจากแรงงานราคาถูก และมาวันนี้แรงงานไม่ใช่คนไทย ขณะที่ทรัพยากร ดิน น้ำ ลม ไฟ ต้นไม้ ลำธาร ถูกทำลาย ทั้งหมดนี้ยังต้องพึ่งพาการส่งออก เมื่อตลาดต่างประเทศมีปัญหา ก็ส่งกระทบมาถึงไทย 

ปี 2542 ในหลวงรัชกาล 9 จึงนำเสนอแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลง คือ ให้รู้เท่าทันโลกาภิวัฒน์ ไม่ใช่ทำตามทุกอย่าง แต่ต้องตามในสิ่งที่ดีและเหมาะกับประเทศไทย ใช้ทางสายกลาง ด้วยหลักธรรมะ 3 ประการ ได้แก่ 1.พอประมาณ ต้องประเมินตัวเองก่อน 2. มีเหตุมีผล และ 3. มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ต้องมีการเตรียมพร้อมอยู่เสมอ ยกตัวอย่าง บริษัทปูนซีเมนต์ไทย ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ ฟองสบู่แตกขาดทุนกว่า 58,000 ล้านบาท หลังจากนั้น ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจในสิ่งที่ตัวเองถนัดและเก่งที่สุด จนสามารถปลดหนี้ได้ทั้งหมด 

ดังนั้น หากเราเป็นควาย วันนี้เราจะเป็นอาหิงสา ที่เป็นพญาควาย เป็นครัวของโลก ที่มาจากพื้นฐานการเกษตร ดีกว่าเป็นเสือนอนตายในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง  ต้องรอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง จากการการส่งออก และจำเป็นต้องติดตามความเคลื่อนไหวของโลก ที่สำคัญต้องไม่โกง สุดท้ายจะได้ความสมดุลและความยั่งยืน

ดร.สุเมธ ยังได้กล่าวถึงประสบการณ์เมื่อครั้งบวชพระ ได้ธรรมะมา 2 คำ คือ ธรรมชาติ กับธรรมดา ซึ่งมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอาศัยธรรมชาติ ตั้งแต่การหายใจเอาออกซิเจนเข้า หายใจออกปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ เมื่อดื่มน้ำสะอาดเข้าไป หล่อเลี้ยงร่างกาย ไม่กี่ชั่วโมงก็ถ่ายเป็นของเสียล้นประเทศ มนุษย์จึงเป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำลายประเทศ ในวันนี้เมื่อตักข้าวกับอาหารที่ชอบ จึงขอให้หยุดพิจารณาอาหารสัก 10 นาที โยนิโสมนัสสิการ พิจารณาอาหารที่เกิดจากธาตุดิน น้ำ ลมไฟ ที่เป็นเหตุผลว่า ทำไมเราจึงต้องรักษาแผ่นดิน แผ่นดินจึงไม่ใช่นามธรรม แต่จับต้องได้ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศ ที่มนุษย์จำเป็นต้องใช้และทำลาย จึงมีความสำคัญที่ต้องช่วยกันบริหารจัดการสิ่งเหล่านี้ไว้

ก่อนหน้านี้ ดร.สุทธิพล ทวีชัยกาล ประธานกรรมการหลักสูตร ได้กล่าวแนะนำ คณะนิติศาสตร์ ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ว่าเป็นแห่งแรกที่มีหลักสูตรครบ ส่วนหลักสูตร Super LBA มีอาจารย์ทั้งหมดถึง 19 คน จึงเป็นมากกว่าคณะนิติศาสตร์ทั่วไป คือการสร้างผู้นำด้านกฎหมาย โดยคำนึงถึงนักศึกษาที่จบมาต้องมีงานทำ จึงเน้นทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ขณะที่ทุกวันนี้คนทำบ้านเมืองวุ่นวายคือนักกฎหมาย จึงเน้นกฎหมายคู่คุณธรรม และเชิญผู้รู้ มีประสบการณ์ จากภายนอกเข้ามาร่วมด้วย  

จากนั้น ดร. ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้กล่าวต้อนรับ แนะนำมหาวิทยาลัย และทำำิธีเปิดหลักสูตร  และถ่ายภาพหมู่ร่วมกันเป็นที่ระลึก