สกสค. ขอให้ธนาคารและบริษัทฯ พิจารณาลดเบี้ยประกันฯ เพื่อช่วยเหลือและลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา

ประชาสัมพันธ์13 ก.ย. 2567 • 18:23 น.
สกสค. ขอให้ธนาคารและบริษัทฯ พิจารณาลดเบี้ยประกันฯ เพื่อช่วยเหลือและลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา

ด้วยเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ได้รับการร้องเรียนและร้องขอจากสมาชิกโครงการเงินกู้ ช.พ.ค. ให้ช่วยดำเนินการประสานงานไปยังบริษัท ทิพยประกันภัย และธนาคารออมสินให้ช่วยปรับลดเบี้ยประกันเงินกู้สวัสดิการของสมาชิก ช.พ.ค.-ช.พ.ส. เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

และเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือสมาชิกครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในการลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา นั้น ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. จึงได้ดำเนินการส่งหนังสือขอความอนุเคราะห์ไปยังธนาคารออมสิน และบริษัท ทิพยประกันภัย ให้มีการปรับลดอัตราเบี้ยประกันเงินกู้ ช.พ.ค. ตามที่ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ร้องขอ

ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. กล่าวว่า “สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. เป็นหน่วยงานในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่มีภารกิจในการสร้างขวัญกำลังใจ จัดสวัสดิการและสวัสดิภาพให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการ จัดสวัสดิการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมสวัสดิภาพให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษามากมาย และเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้รับการร้องเรียนและร้องขอจากสมาชิกโครงการเงินกู้ ช.พ.ค. ในฐานะที่เป็นผู้บริหารและดูแลโครงการเงินกู้ ช.พ.ค. เล็งเห็นว่าการปรับขึ้นอัตราค่าเบี้ยประกันดังกล่าวจะเป็นการสร้างภาระและความเดือดร้อนให้กับบรรดาสมาชิกครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าร่วมในโครงการเงินกู้ดังกล่าว จึงได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการธนาคารออมสินขอให้พิจารณาหารือกับบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้การช่วยเหลือโดยการทบทวนอัตราค่าเบี้ยประกันสินเชื่อในโครงการเงินกู้ของสมาชิก ช.พ.ค.”

ดร.พีระพันธ์ กล่าวต่อว่า “หลังจากที่ยื่นหนังสือดังกล่าวแล้วกระทั่งวันนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากทางธนาคารออมสิน สกสค. จึงได้ทำหนังสือเพื่อสอบถามความคืบหน้าว่าจะมีแนวทางในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร สามารถปรับลดอัตราเบี้ยประกันได้หรือไม่ เพราะเห็นว่าพี่น้องเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับความเดือดร้อนจากการปรับเพิ่มเบี้ยประกันจากโครงการนี้จริง”  

“ประเด็นที่เราทำหนังสือครั้งนี้ เพื่อเป็นการติดตามการร้องขอความอนุเคราะห์ก่อนหน้านี้ ซึ่งไม่ได้มีการกำหนดตัวเลขว่าต้องเท่าไร แต่เพียงอยากให้พิจารณาปรับลดตามความเหมาะสม เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายในการครองชีพให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เปรียบเสมือนคนในครอบครัวของ สกสค.” เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. กล่าว