สสธวท.นำสมาชิกทั่วประเทศรณรงค์ จัดการขยะติดเชื้อ'ผูกโบแดง'โควิดไม่กระจาย

ประชาสัมพันธ์27 ต.ค. 2564 • 10:35 น.
สสธวท.นำสมาชิกทั่วประเทศรณรงค์  จัดการขยะติดเชื้อ'ผูกโบแดง'โควิดไม่กระจาย
ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังคงมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อยู่ในหลายพื้นที่ ดังนั้นทางสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สสธวท.) พร้อมด้วย สมาคมสมาชิกสสธวท. 22 จังหวัดทั่วประเทศ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเรื่องซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของทุกคนในสังคม จึงได้จัดแถลงข่าวเพื่อประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการจัดการขยะติดเชื้อ 'ทิ้งถูก ผูกโบแดง โควิดไม่กระจาย' กระตุ้นให้เกิดความตระหนักรู้ถึงอันตรายจากการแพร่กระจายของเชื้อโรค รวมถึงแนะนำวิธีการแยกขยะติดเชื้ออย่างถูกวิธี พร้อมขยายผลเชิญชวนภาครัฐและเอกชนช่วยกันแยกขยะ ใส่ถุงผูกโบแดง เป็นสัญลักษณ์ เพื่อลดการแพร่กระจายโควิด-19 จากขยะติดเชื้อ โดยมีการจัดทำคู่มือเผยแพร่ความรู้และอบรมสัมมนาให้ความรู้แนะนำวิธีการจัดการขยะ ให้องค์กรสมาชิกทั่วประเทศนำไปเป็นแนวทางในการจัดการขยะได้อย่างถูกต้อง และหลังจากการดำเนินโครงการ 3 เดือน จะมีการติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการต่อไป โดยคุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน การป้องกันตัวและเฝ้าระวังตนเองจากเชื้อโรคจึงเป็นสิ่งสำคัญ วิธีการดังกล่าวก่อให้เกิดขยะติดเชื้อในปริมาณสูงควบคู่ไปด้วย ซึ่งการจัดการปัญหาที่มากับขยะติดเชื้อจึงเป็นเรื่องสำคัญที่มิใช่เป็น ความรับผิดชอบของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงเท่านั้น แต่ทุกคนในสังคม ควรที่จะต้องตระหนักถึงความสำคัญและให้ความร่วมมือ ซึ่งโครงการที่จัดขึ้นมุ่งให้เกิดการขยายผลในวงกว้างให้ประชาชนมีจิตสำนึกที่ดีในการร่วมกันสร้างพฤติกรรมการกำจัดขยะติดเชื้อให้ถูกวิธี อีกทั้งเพื่อให้ชุมชน ท้องถิ่น สังคมมีสุขภาวะที่ดี จึงได้สนับสนุนให้องค์กรสมาชิกของสหพันธ์ฯ โดยมี สธวท. กรุงเทพ เป็นสมาคม นำร่องต้นแบบในการดำเนินโครงการเพื่อให้องค์กรสมาชิกนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการภายในจังหวัดของตนเองและขยายผลเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ-เอกชนนำไปดำเนินการจัดการแยกขยะภายในหน่วยงานของตนเอง และขอเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันรณรงค์ปฏิบัติให้เกิดผลอย่างจริงจังให้เกิดเป็นรูปธรรม สำหรับโครงการจัดการขยะติดเชื้อ 'ทิ้งถูก ผูกโบแดง โควิดไม่กระจาย' เป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า (คืนขยะ...ให้คุ้มประโยชน์) หรือ WEEE (Waste of Electronic and Electrical Equipments) ที่ สสธวท.เคยทำมาในอดีต ด้วยความตระหนักถึงภาวะโลกร้อนที่เกิดจากมลพิษขยะอิเล็กทรอนิกส์ อันเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต และสุขภาพของคนทั่วโลก จึงได้ริเริ่มดำเนินโครงการแยกขยะอีเลกทรอนิกส์ พร้อมทั้งเผยแพร่ให้ความรู้เรื่องภัยของสารพิษและรณรงค์การคัดแยกขยะพิษที่มีอันตรายต่อสุขภาวะของมนุษย์และสิ่งมีชีวิต ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา โดยมี สธวท.กรุงเทพ เป็นสมาคมนำร่องต้นแบบในการดำเนินโครงการ ด้านดร.ณฤดี เคียงศิริ นายกสธวท.กรุงเทพ และประธาน (ร่วม) โครงการ กล่าวว่า ด้วยความตระหนักถึงผลกระทบและอันตรายจากขยะติดเชื้อที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและการดำรงชีวิตของทุกคนในสังคม โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เชื้อไวรัสโควิด-19 กำลังแพร่ระบาดในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ ทาง สธวท.กรุงเทพ เป็นองค์กรที่ได้รับมอบหมายให้เป็นสมาคมนำร่องต้นแบบของโครงการจัดการขยะติดเชื้อ 'ทิ้งถูก ผูกโบแดง โควิดไม่กระจาย' ร่วมกับสมาคมสมาชิกของสหพันธ์ฯ อีก 21 จังหวัด ในการเร่งผลักดันและรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกัน ทิ้งขยะให้ถูก โดยแยกทิ้งขยะติดเชื้อ เช่น หน้ากากอนามัย ถุงมือ ชุดตรวจ ATK ที่ใช้แล้ว จัดการผูกโบแดง เป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นขยะติดเชื้อ เพื่อสื่อสารให้ผู้จัดการเก็บและทำลายขยะได้รู้ ได้เข้าใจ และนำไปดำเนินการจัดเก็บขยะและกำจัดขยะได้อย่างถูกวิธี ส่วน ดร.นันทริกา ชันซื่อ อุปนายกสธวท กรุงเทพ และ ประธานโครงการฯ (ร่วม) กล่าวต่อว่า เป็นการมุ่งเน้นการรณรงค์ให้เกิดการรับรู้ถึงผลกระทบจากการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 จากขยะติดเชื้อและเพื่อให้เกิดการแยกหรือกำจัดขยะอย่างถูกวิธีแล้ว จึงได้ดำเนินโครงการทิ้งถูก ผูกโบแดง โควิดไม่กระจาย ภายใต้โมเดลเชิงสัญลักษณ์โบสีแดงผูกถุงขยะติดเชื้อ ด้วยคาดหวังว่า จะช่วยให้ระบบการบริหารจัดการขยะภายในองค์กรรัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยผ่านการจัดทำสื่ออิเลคทรอนิค ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบและอันตรายจากการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 จากขยะติดเชื้อ, จัดทำสื่ออิเลคทรอนิคส์ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้ แนะนำวิธีการกำจัดขยะติดเชื้ออย่างถูกวิธี รวมถึงจัดทำสื่ออิเลคทรอนิคส์หลักสูตรการอบรมการจัดการ พื้นที่ส่วนกลางในการกำจัดขยะติดเชื้อสำหรับผู้นำชุมชน ประชาชนทั่วไป อาทิ โรงเรียน หมู่บ้าน อาคารชุด วัด บริษัท หน่วยงานต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้หากทุกคนช่วยกันรณรงค์ให้โครงการนี้มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติได้จริง จะสามารถจัดระเบียบสังคม หยุดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ที่อาจเกิดจากขยะมีพิษ ทำให้ผู้เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ดำเนินการจัดเก็บขยะสามารถแยกขยะได้โดยง่าย และผู้มีหน้าที่กำจัดขยะสามารถจัดการขยะมีพิษ หรือขยะติดเชื้อได้อย่างถูกวิธีและถูกสุขลักษณะ