พม.จับมือภาคีเครือข่ายบันทึกความร่วมมือจัดบริการสุนัขนำทางคนตาบอดครั้งแรกในไทย

ประชาสัมพันธ์15 ก.ย. 2560 • 10:32 น.
พม.จับมือภาคีเครือข่ายบันทึกความร่วมมือจัดบริการสุนัขนำทางคนตาบอดครั้งแรกในไทย
พม.จับมือภาคีเครือข่ายบันทึกความร่วมมือจัดบริการสุนัขนำทางคนตาบอดครั้งแรกในไทย หวังส่งเสริมคนพิการเข้าถึงสิทธิอย่างเท่าเทียม มั่นใจสามารถดำรงชีวิตอิสระในสังคม วันนี้ (15 ก.ย. 60) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) การจัดบริการสุนัขนำทางสำหรับคนตาบอดในประเทศไทย ระหว่าง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับ กองทัพบก บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธี จำนวนทั้งสิ้น 50 คน ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดย “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” และมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อให้เข้าถึงสิทธิและสวัสดิการอย่างเท่าเทียมกันในสังคม อาทิ การจัดสวัสดิการเบี้ยความพิการ การจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้สามารถดำรงชีวิตอิสระ รวมถึงส่งเสริมอาชีพและการมีงานทำเพื่อการพึ่งพาตนเองได้ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จึงมีนโยบายจัดบริการสุนัขนำทางสำหรับคนตาบอดในประเทศไทยเพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเดินทางของคนตาบอด และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2556 ซึ่งระบุว่า คนพิการมีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ ตลอดจนสวัสดิการและความช่วยเหลืออื่นจากรัฐ โดยมีสิทธิที่จะนำสัตว์นำทาง เครื่องมือหรืออุปกรณ์นำทาง หรือเครื่องช่วยความพิการใดๆ ติดตัวไปในยานพาหนะหรือสถานที่ต่างๆ โดยได้รับการยกเว้น
พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.)
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.)
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการจัดสวัสดิการให้แก่คนพิการทางการเห็นในประเทศ ให้สามารถออกสู่สังคมภายนอกและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นปกติ ทั้งนี้ในแต่ละหน่วยงานมีหน้าที่ 1.กองทัพบกได้มอบหมายกรมการสัตว์ทหารบก สนับสนุนด้านกำลังพลชุดครูต้นแบบที่ผ่านการฝึกอบรมจากผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ โดยชุดครูฝึกต้นแบบจะต้องสามารถถ่ายทอดให้กับบุคลากรชุดต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ การสนับสนุนกำลังพลในการเลี้ยงดูสุนัขของโครงการในระยะแรก และการจัดทำแนวทางการฝึกสุนัขนำทางสำหรับคนตาบอด รวมทั้งสนับสนุนอาคาร และสถานที่ สำหรับการฝึกและการเลี้ยงสุนัขในระยะแรก 2.บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด สนับสนุนการจัดเตรียมและอาหารสุนัขตามปริมาณที่เหมาะสม และ3.สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สนับสนุนและคัดเลือกคนพิการทางการเห็น เข้ารับการฝึกตามหลักสูตรการจัดบริการสุนัขนำทางสำหรับคนตาบอดในประเทศไทย นอกจากนี้พม.จะดำเนินการประสานความร่วมมือกับองค์กรทั้งในและต่างประเทศ ในการสนับสนุนการนำเข้าครูฝึกและสุนัขจากต่างประเทศ พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจำเป็น การประสานขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมทั้งสนับสนุนด้านบุคลากรและสถานที่ เพื่อเตรียมการจัดตั้งเป็นสถาบันการจัดบริการสุนัขนำทางสำหรับคนตาบอดในประเทศไทยต่อไป พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวอีกว่า การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นการริเริ่มครั้งแรกของประเทศไทยในการขับเคลื่อนการจัดบริการสุนัขนำทางสำหรับคนตาบอด นับเป็นการแสดงถึงพลังของความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในรูปแบบประชารัฐ ในการส่งเสริมให้คนพิการสามารถเข้าถึงสิทธิและอยู่ในสังคมอย่างเท่าเทียม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือ และได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้คนพิการได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิต สามารถดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี ภายใต้แนวคิด “การเปลี่ยนคนพิการ จากภาระให้เป็นพลังของสังคมต่อไป”