ยังรับไหวข้าวนาปี สมาคมประกันฯยันพายุ2ลูกไม่กระทบเคลม

ประชาสัมพันธ์24 ส.ค. 2563 • 10:06 น.
ยังรับไหวข้าวนาปี สมาคมประกันฯยันพายุ2ลูกไม่กระทบเคลม
นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย จากกรณีอิทธิพลของพายุโซนร้อน”ฮีโกส” ทำให้หลายพื้นที่ประเทศไทยเกิดฝนถล่มในหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นดอยอินทนนท์ เกิดน้ำป่าหลาก หรือน้ำในแม่น้ำยมในแถบจ.สุโขทัย พิษณุโลก และหลายจังหวัดประสบวิกฤตจากมวลน้ำ นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า ในส่วนของการประกันข้าวนาปีคงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากพื้นที่หลายจังหวัดที่ประสบเหตุเหล่านี้น้ำไหลหลากท่วมต้นฤดูของมันอยู่แล้ว รวมถึงน้ำที่ท่วมก็ไม่ท่วมขัง เหตุเพราะ 1-2 วันก็สามารถระบายได้แล้ว เช่นเดียวกับกรณีก่อนหน้านี้ที่เกิดพายุ”ซินลากู”ก็เช่นกัน ก็ทำให้น้ำท่วมขังและสร้างความเสียหายให้กับนาข้าวของเกษตรกรไม่มากนัก เนื่องจากเป็นภัยช่วงสั้นๆ 1-2 วัน น้ำท่วมขังนาข้าวก็ถูกระบายออกอย่างรวดเร็ว จึงไม่เสียหายมาก ทั้งนี้ในทางกลับกัน สิ่งที่เป็นห่วงน่าจะเป็นภัยแล้งมากกว่า โดยภาคธุรกิจประกันภัยปีที่แล้วจ่ายค่าสินไหมจากภัยแล้งสูงมาก โดยน้ำในเชื่อนขณะนี้ถือว่ายังน้อยมาก เราอยากจะให้ฝนตกหรือมีแรงพายุเข้ามาช่วยทำให้ฝนตกมากขึ้นกว่านี้เสียด้วยซ้ำ เพื่อจะได้กักเก็บน้ำในเขื่อนเพิ่มมากขึ้น เพื่อใช้ในการเกษตรและปลูกข้าว อย่างไรก็ตาม สมาคมฯเชื่อว่า ประกันข้าวนาปีในปีนี้คงจะไม่จ่ายค่าสินไหมสูงเมื่อปีที่แล้ว หากดูและติดตามจากข่าวสารที่ผ่านมา ยังไม่มีปัญหาภัยแล้งหรือน้ำท่วมนาข้าวรุนแรงหนักเหมือนปีก่อน อย่างไรก็ตาม คงต้องติดตามผลการรายงานของทางจังหวัดเข้ามาก่อนถึงจะสรุปเรื่องนี้ได้ โดยเฉพาะปีนี้ภาคธุรกิจประกันรับประกันข้าวนาปีสูงถึง 45 ล้านไร่ สูงกว่าปีผ่านๆมาเยอะมาก ซึ่งรับไว้เพียง20-30 ล้านไร่เท่านั้น นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย ยังกล่าวอีกว่า สำหรับความเสียหายทรัพย์สินบ้านเรือนหรือรถยนต์จากการเกิดพายุทั้ง 2 ลูกข้างต้น น่าจะไม่เยอะมาก เนื่องจากไม่ได้ท่วมเข้าตัวเมือง หรือหากท่วมในเมือง คนส่วนใหญ่ก็มีประสบการณ์นำรถหรือทรัพย์สินขยับหนีน้ำได้ทัน เพราะมีบทเรียนและประสบการณ์เรื่องนี้อยู่แล้ว