สถานีพัฒนาที่ดินยะลา สนับสนุนโครงการฟาร์มตัวอย่างธารโต ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยเพื่อเป็นแหล่งอาหารของชุมชน
นายทนงกิจ โชติมณี ผู้จัดการฟาร์มตัวอย่างธารโต เปิดเผยว่า โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ บ้านธารโต ตำบลธารโต อำเภอธารโต ก่อตั้ง เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 จากการที่ราษฎรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จนไม่สามารถประกอบอาชีพตามปกติได้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงมีพระราชดำริให้จัดทำโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่อาศัยอยู่ในบริเวณโครงการฯ ให้ได้เรียนรู้การทำเกษตร ปศุสัตว์ และประมง อย่างถูกหลักวิชาการ มีรายได้เพียงพอในการเลี้ยงครอบครัว และเพื่อให้ราษฎรร่วมกันประกอบอาชีพในลักษณะการรวมกลุ่ม มีพื้นที่ทำกินอย่างปลอดภัย และจัดทำเป็นธนาคารอาหารชุมชนให้สามารถเลี้ยงราษฎรในหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมือง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งจ้างงานแก่ราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โครงการฯ อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตอาหารแก่ราษฎร และเป็นแหล่งเรียนรู้แก่เกษตรกรและผู้สนใจ
ภายในโครงการฟาร์มตัวอย่าง มีการดำเนินกิจกรรมหลายด้าน ได้แก่ ด้านชลประทาน มีการก่อสร้างระบบส่งน้ำภายในฟาร์ม แนวกั้นตลิ่งพังพร้อมประตูกักเก็บน้ำ ด้านเกษตรมีการปลูกผักยกแคร่ และการผลิตก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้า ด้านปศุสัตว์เลี้ยงไก่ไข่ เป็ดไข่ ด้านประมงมีการขุดบ่อเลี้ยงปลา และเลี้ยงปลาในกระชัง นอกจากนี้ยังมีการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เช่น การแปรรูปเห็ดนางฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์เห็ดหยอง ด้านการสร้างเครือข่าย มีการส่งเสริมกลุ่มชาวบ้านในการดำเนินกิจกรรมต่อยอดสู่ครัวเรือน และด้านการพัฒนาที่ดิน มีการผลิตปุ๋ยหมักโดยใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 และการทำน้ำหมักชีวภาพโดยใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.2 ใช้ภายในฟาร์มตัวอย่าง
นายอาทิตย์ ภูมิหึงษ์ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินยะลา เผยว่า กรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริในลักษณะโครงการบูรณาการทั้งที่เป็นหน่วยงานหลัก และหน่วยงานสนับสนุนในการบริหารจัดการทรัพยากรดินและน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์เพื่อเพิ่มผลผลิต ตลอดระยะเวลา การดำเนินงานที่ผ่านมา กรมพัฒนาที่ดินมีส่วนร่วมในการดำเนินงานด้านการพัฒนาที่ดิน เพื่อการอนุรักษ์พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การจัดหาแหล่งน้ำ การปรับปรุงบำรุงดิน ส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการพัฒนาที่ดิน เช่น ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยพืชสดปรับปรุงบำรุงดิน การทำปุ๋ยหมัก และน้ำหมักชีวภาพ เป็นต้น ส่งผลทำให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการพื้นที่ดิน ในโครงการฯ ได้อย่างเหมาะสมและใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และเป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาดูงานให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ ทั้งนักเรียนนักศึกษา หน่วยงานต่างๆ และผู้สนใจ ได้นำความรู้ไปต่อยอดในพื้นที่เกษตรกรรมของตนเองและชุมชน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเกิดความยั่งยืนต่อพื้นที่และชุมชน