ขับเคลื่อนอนาคตของงานรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานอาเซียน

ประชาสัมพันธ์29 ก.ย. 2562 • 14:26 น.
ขับเคลื่อนอนาคตของงานรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานอาเซียน
เดินหน้าประชุม ASEAN Forum on Migrant Labour ครั้งที่ 12 เตรียมความพร้อมภาคส่วนที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนรองรับอนาคตของงานกับการบริหารจัดการการเคลื่อนย้ายแรงงานให้ได้รับการคุ้มครองและส่งเสริมความสามารถในการทำงานในประเทศสมาชิกอาเซียน นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดเผยว่า การประชุม ASEAN Forum on Migrant Labour ครั้งที่ 12 มีหัวข้อหลักคือ อนาคตของงานและการโยกย้ายถิ่นฐาน ประกอบด้วย หัวข้อย่อยความท้าทายของการคุ้มครองที่ยั่งยืน เป็นธรรม และเสมอภาค และความท้าทายเรื่องความสามารถในการทำงานของแรงงานต่างด้าว โดย ILO ได้แสดงให้เห็นว่าทิศทางของอนาคตเป็นอย่างไรด้วยการรับรองปฏิญญาศตวรรษว่าด้วยอนาคตของงาน ในคราวการประชุมใหญ่องค์การแรงงานระหว่างประเทศสมัยที่ 108 เมื่อเดือนมิ.ย.62ที่นครเจนีวา ทั้งนี้ปฏิญญาดังกล่าวเปรียบเสมือนกลไกที่เรียกร้องให้ประเทศสมาชิก มีการดำเนินมาตรการเพื่อทำให้มั่นใจว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของงาน โดยยังมีการคุ้มครองทางสังคมที่เพียงพอกรอบความร่วมมืออื่นๆอาทิ G20 และ G7 ต่างก็มีการรับรองปฏิญญาและถ้อยแถลงของผู้นำเพื่อส่งเสริมให้มีมาตรการเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและงานรูปแบบใหม่ โดยการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อภูมิภาคอาเซียน ดังนั้นประเทศสมาชิกอาเซียนจึงได้มีการรับรองเอกสารสำคัญสองฉบับเพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางในเวทีสากล คือ ถ้อยแถลงรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ว่าด้วยเรื่องอนาคตของงาน การส่งเสริมเทคโนโลยี การเจริญเติบโตแบบมีส่วนร่วม และถ้อยแถลงรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนว่าด้วยข้อริเริ่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเสนอที่ประชุมใหญ่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ สมัยที่ 108 ทั้งนี้การประชุมดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดการอภิปรายผลกระทบอันเกิดจากอนาคตของงานตลอดจนการเตรียมความพร้อมระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับอนาคตของงานกับการบริหารจัดการการเคลื่อนย้ายแรงงานกลุ่มเป้าหมายการประชุมประกอบด้วย ผู้ประสานงานหลัก ACMW จากประเทศสมาชิกอาเซียน ผู้แทนองค์การนายจ้าง ลูกจ้าง ภาคประชาสังคม ผู้แทนสำนักเลขาธิการอาเซียนและองค์การระหว่างประเทศ อาทิ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ ทั้งสิ้น 80 คน นอกจากนี้ยังมีผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำสำนักเลขาธิการอาเซียน ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลียประจำสำนักเลขาธิการอาเซียน และผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมด้วยในฐานะผู้สังเกตการณ์ ผลที่คาดว่าจะได้จากการประชุมจจะทำให้ได้มีข้อเสนอแนะที่เป็นรูปธรรมระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อขับเคลื่อนและเตรียมการรองรับความท้าทายอันเกิดจากอนาคตของงานต่อแรงงานต่างด้าว ทั้งในมิติของการคุ้มครองและมิติการส่งเสริมความสามารถในการทำงาน