- โฆษณา -

นศ.สวนสุนันทา  ผนึกกำลังชุมชนสร้างนวัตกรรมเปลือกส้มโอดูแลช่องปาก

ประชาสัมพันธ์13 ก.ย. 2567 • 16:48 น.
นศ.สวนสุนันทา  ผนึกกำลังชุมชนสร้างนวัตกรรมเปลือกส้มโอดูแลช่องปาก

ทีม New Gen Secretary   นักศึกษาวิทยาลัยสหเวชศาสตร์ สาขาวิชาเลขานุการการแพทย์และสาธารณสุข มรภ.สวนสุนันทา  ผนึกกำลังชุมชนสร้างนวัตกรรมนำน้ำมันหอมระเหยเปลือกส้มโอสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพช่องปาก

ทีม New Gen Secretary  นักศึกษาสาขาวิชาเลขานุการการแพทย์และสาธารณสุข วิทยาลัยสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา  ประกอบด้วย นายภาณุพงศ์ แก้วทิพย์รัตน์ นางสาวจุฑาทิพย์ ฤทธิบูรณ์ นางสาวธนันยา โยธาคง นางสาวชลดา สมนึก และนางสาวกุลศิริ สรรพอาษา โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จตุพร อุ่นประเสริฐสุข เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา  เจ้าของผลงานนวัตกรรม “ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากและฟันจากน้ำมันหอมระเหยเปลือกส้มโอ” โดยผลงานล่าสุดได้รับรางวัลวิศวกรสังคมพัฒนาชุมชนดีเด่น ประจำปี 2567   ในงาน "มหกรรมงานวิจัยเเห่งชาติ 2567" (Thailand Research Expo ๒๐๒๔) เมื่อวันที่ 26-30 สิงหาคม พ.ศ. 2567 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 22 เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ. จัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับหน่วยงานในระบบวิจัยทั่วประเทศ

- โฆษณา -


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จตุพร เปิดเผยว่า   “สำหรับผลงานนวัตกรรมชิ้นนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดร่วมกันของทีม New Gen Secretary   นักศึกษาที่ต้องการเข้าไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับชุมชนโดยร่วมกับกลุ่มสตรีแม่บ้านแคว ตำบลแควอ้อม อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม   หลังจากได้มีการประชุมหารือกันในทีมแล้ว ได้มีมติเห็นพ้องต้องกันว่า ชาวบ้านโดยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรชาวสวน และโดยมากปลูกส้มโอ  จึงได้ลงพื้นที่ชุมชนเพื่อไปสอบถามความต้องการแก้ไขปัญหา  พบว่า ชาวสวนมีการคัดผลส้มโอที่ไม่ได้ขนาด และไม่สามารถขายได้ถูกคัดทิ้งเป็นขยะจำนวนมาก 


ดังนั้น ได้นำเปลือกส้มโอมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย และนำมาทดสอบด้วยเครื่องแก๊สโครมาโทกราฟี-แมสสเปกโตรมิเตอร์ (Gas Chromatography-Mass Spectrometer, GC-MS)  และภายหลังจากการทดสอบพบว่า  ในเปลือกส้มโอ มีสารต้านเชื้อจุลชีพได้ คือ Limonene ที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ลิโมนีน เป็นน้ำมันหอมระเหยที่สกัดได้จากผลตระกูลส้ม ซึ่งมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียทั้งชนิด แกรมบวกและแกรมลบ   และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ “น้ำยาบ้วนปากสมุนไพร” ที่มีส่วนผสมหลักเป็นน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกส้มโอ และน้ำต้มใบเตยหอม ที่สามารถหาได้ในชุมชน"

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จตุพร กล่าวต่ออีกว่า "ทั้งนี้ นวัตกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่นที่สนับสนุนทุนในการดำเนินการ และได้เข้าการคัดเลือกได้รับรางวัล Best of the Best ประเภทใช้ดี และได้ต่อยอดให้กับชุมชน จากกลุ่มสตรีแม่บ้านได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนเกษตรพอเพียงบ้านแควอ้อม และการทำงานร่วมกับภาครัฐทุกภาคส่วน ได้แก่ สภาเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม องค์การบริหารส่วนตำบลแควอ้อม ธนาคารออมสิน และมหาวิทยาลัยทำให้ชุมชนเกิดการพัฒนา และสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน"

 "ด้วยกระแสตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี ในปี พ.ศ. 2567 ทางกลุ่มชุมชนจึงได้เสนอความคิดเห็นร่วมกับอาจารย์และนักศึกษา และได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ในการดูแลสุขาภาพช่องปากและฟันอีก 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ สเปรย์ระงับกลิ่นปาก และยาสีฟันสูตรน้ำ ที่มีส่วนผสมหลักเป็นน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกส้มโอ ภายใต้สโลแกนที่ว่า “เอาให้ครบ จบเรื่องสุขภาพช่องปากและฟัน” ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีความรักและชื่นชอบในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ และได้รับการคัดเลือกจากสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา  ให้เข้าร่วมนำเสนอ การประกวด "ผลงานวิศวกรสังคมพัฒนาชุมชนดีเด่น ประจำปี 2567" ในงาน "มหกรรมงานวิจัยเเห่งชาติ 2567" (Thailand Research Expo ๒๐๒๔)  เมื่อวันที่ 26-30 สิงหาคม พ.ศ. 2567  ในงาน "มหกรรมงานวิจัยเเห่งชาติ 2567" (Thailand Research Expo ๒๐๒๔) ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 22 เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ. จัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับหน่วยงานในระบบวิจัยทั่วประเทศ กระทั่งได้รับรางวัลผลงานวิศวกรสังคมพัฒนาชุมชนดีเด่น ประจำปี 2567 รางวัลชมเชย ในผลงานเรื่อง "ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปากจากน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกส้มโอ"" ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จตุพร กล่าว 

 "การนำเปลือกส้มโอที่ได้มาจากส้มโอที่ถูกคัดทิ้งเป็นขยะมาเพิ่มมูลค่า สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ตลอดจนทำให้สมาชิกในกลุ่มเกิดความสามัคคี เหล่านี้เป็นสิ่งที่สะท้อนให้อาจารย์ นักศึกษา และมหาวิทยาลัย ที่สอดคล้องกับสร้างเครือข่าย บริการวิชาการ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติต่อไป"ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จตุพร   กล่าวในที่สุด

โดยการดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เป้าหมายที่ 3: สร้างหลักประกันการมีสุขภาวะที่ดี และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัย เป้าหมายที่ 8: ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน การจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพ และการมีงานที่มีคุณค่าสำหรับทุกคน เป้าหมายที่ 9: สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม ที่ครอบคลุมและยั่งยืน และส่งเสริมนวัตกรรม เป้าหมายที่ 17: เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน และBCG Model ในการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มของทรัพยากรชีวภาพ เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่า และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) การพัฒนาเศรษฐกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืนของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม