สมุทรสงคราม ลงพื้นที่พบครอบครัวแรงงานไทยที่ไปทำงานในอิสราเอล
จังหวัดสมุทรสงคราม ลงพื้นที่พบครอบครัวแรงงานไทยที่ไปทำงานในอิสราเอล พร้อมพูดคุย ชี้แจงให้ญาติของแรงงานไทยได้ทราบถึงสถานการณ์การสู้รบที่เริ่มมีความรุนแรงขึ้น และขอให้ช่วยแจ้งญาติพี่น้องที่ทำงานอยู่ในอิสราเอล เปลี่ยนใจกลับประเทศไทยเพื่อความปลอดภัยในชีวิต
เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2566 นางรภัสสา พานิกุล แรงงานจังหวัดสมุทรสงคราม ในฐานะประธานคณะทำงานศูนย์ช่วยเหลือแรงงานและติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอล จังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมด้วยนางระพีพรรณ รัตนบริหาร สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสงคราม นายอภิสิทธิ์ ชนะสุข ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสมุทรสงคราม นายสมศักดิ์ เล็กเหล่าคง รักษาราชการแทนจัดหางานจังหวัดสมุทรสงคราม และผู้แทนประกันสังคมจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมด้วยนางณัฐสุดา วงษ์สุวรรณ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสงคราม,นายรนัสถ์ชัย พุ่มเจริญ ปลัดจังหวัดสมุทรสงคราม ,นายวุฒิชัย ยามโคกสูง นายอำเภอบางคนที และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่พบครอบครัวแรงงานไทยที่ไปทำงานในประเทศอิสราเอล ที่อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม โดยพูดคุยกับญาติของแรงงานไทยถึงสถานการณ์สู้รบในประเทศอิสราเอลที่จะมีความรุนแรงยิ่งขึ้น อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต และความปลอดภัยของคนไทยในอิสราเอล อีกทั้งเป็นไปได้ว่าการสู้รบจะขยายพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเดินทางภายในประเทศ และกระทบต่อกระบวนการอพยพ เนื่องจาก กองทัพอิสราเอลได้เพิ่มปฏิบัติการภาคพื้นดินในบริเวณฉนวนกาซาอย่างเข้มข้นขึ้น ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องแรงงานไทย จึงขอให้ญาติช่วยพูดคุยกับแรงงานไทยที่ยังตัดสินใจทำงานอยู่ในอิสราเอล เปลี่ยนใจกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุด
ขณะที่ด้านแรงงานงานไทยที่ทำงานในอิสราเอลรายนี้ ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลและทุกหน่วยงานที่ห่วงใย และแจ้งว่าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานของจังหวัดสมุทรสงครามได้แจ้งมามาตรการความช่วยเหลือให้ทราบเป็นระยะ มาโดยตลอด ซึ่งตอนนี้ ตนยังไม่ได้รับผลกระทบ ยังสามารถทำงานได้ และจะขอตัดสินใจอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยืนยันให้ความมั่นใจต่อคนงานไทยในอิสราเอล ว่าจะได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน และจะสามารถกลับไปทำงานภายหลังสถานการณ์สงบได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังมีงานเกษตรหรืองานใกล้เคียงกับงานที่อิสราเอลในประเทศอื่นให้ทำ เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน หรือหากไม่ประสงค์จะทำงานต่างประเทศ ก็ยังมีงานให้สามารถทำหรือฝึกพัฒนาทักษะฝีมือต่อยอดได้ พร้อมกันนี้ยังได้ชี้แจงถึงสิทธิประโยชน์ที่คนงานจะได้รับเมื่อกลับมาประเทศไทย อาทิ เงินสงเคราะห์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ เป็นต้น และรัฐบาลวอนขอให้แรงงานไทยที่กำลังตัดสินใจอยู่รีบกลับบ้านโดยเร็ว โดยคำนึงถึงชีวิตและความปลอดภัยสูงสุดของตัวเองเป็นลำดับแรก ขอให้ไตร่ตรองให้รอบคอบ เพราะยังมีครอบครัวรออยู่ด้วยความรักและห่วงใย