กมธ.การพลังงาน เร่งกระทรวงพลังงาน คลอดแนวทางช่วยผู้ประกอบการรถโดยสารไทย
โควิดฉุดผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง รถร่วม ขสมก. รถสองแถว รถแท๊กซี่ กระทบกว่า 50,000 ราย รายได้ต่ำต่อวันเหลือเพียงวันละ 100 บาท เร่งรัฐเยี่ยวยา แก้ไขราคาเชื้อเพลิงรถยนต์โดยสาร NGV ต่ำลง ต่อลมหายใจให้รอดช่วงโควิด
นายกิติกร โล่สุนทร ประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎรเปิดเผยว่า ได้สรุปเรื่องร้องเรียนของคณะกรรมาธิการการพลังงาน ระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน 2564 ซึ่งที่ผ่านมามีเรื่องร้องเรียนมายังคณะกรรมาธิการการพลังงานหลายเรื่องด้วยกัน เรื่องที่ทางกรรมาธิการได้ทำการประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เร่งทำการพิจารณาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด้วย โดยเฉพาะผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
โดยเรื่องแรกเป็นเรื่องร้องเรียนจากสมาคมกิจการรถโดยสารประจำทางไทย และผู้แทนสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน โดยขอให้ลดราคาขายปลีกก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) สำหรับรถโดยสารสาธารณะเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ซึ่งมีผู้ประกอบการ สมาชิกของของสมาคมได้รับความเดือดร้อน จำนวนมากกว่า 20,000 คัน ในเรื่องดังกล่าวคณะกรรมาธิการฯได้ส่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไปยังกระทรวงพลังงานเพื่อพิจารณาดำเนินการ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบถึงความเดือนร้อนของผู้ประกอบกิจการรถโดยสารประจำทางเพื่อร่วมกันหามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางต่อไป ซึ่งประเด็นดังกล่าวกระทรวงพลังงานมอบหมายให้ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานพิจารณา โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการของกองนโยบายปิโตรเลียม สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ซึ่งกองนโยบายปิโตรเลียมได้มีหนังสือสอบถามความเห็นไปยัง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อกาทางช่วยเหลือต่อไป
ขณะเดียวกันสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากกรณีเดียวกัน โดยขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการพิจารณาเยียวยาความเดือดร้อนและหาแนวช่วยเหลือลดราคาขายปลีกก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) ซึ่งในประเด็นดังกล่าวทางคณะกรรมาธิการได้หนังสือถึง รมว.พลังงานเพื่อทำการพิจารณาให้มีมาตรการเร่งด่วนในการเยียวยาความเดือดร้อนและช่วยเหลือลดราคาขายปลีกก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ NGV สำหรับเครือข่ายผู้ประกอบการแท็กซี่ สหกรณ์แท็กซี่ และผู้ขับรถแท็กซี่อย่างเร่งด่วน
“ผู้ประกอบการสหกรณ์แท็กซี่ ผู้ประกอบการแท็กซี่ อู่แท็กซี่ และผู้ขับขี่รถแท็กซี่ ที่ได้รับความเดือดร้อยมีจำนวนไม่น้อยกว่า 30,000 คันที่ได้รับผลกระทบ และถ้านับรวมจำนวนผู้ขับรถแท็กซี่พร้อมทั้งครอบครัวด้วยแล้ว จะมีมากกว่า 50,000 ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ ขณะนี้คาดว่ามีรถแท็กซี่ที่ทำการวิ่งรับผู้โดยสารอยู่ประมาณ 20,000 คัน วิ่งรับผู้โดยสารมากกว่า 10 ชั่วโมง ได้ค่าโดยสารมากสุดประมาณ 300 บาท เติมแก๊ส 200 บาท เหลือเพียง 100 บาทเป็นค่าใช้จ่ายในครอบเรือน ถึงแม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลจะได้ทำการชดเชยให้กับผู้ขับแท็กซี่คนละ 5,000 บาทมาแล้วก็ตาม แต่เป็นเพียงการช่วยเหลือระยะสั้นๆ ซึ่งไม่น่าเพียงพอที่จะช่วยเหลือให้อยู่รอดในช่วงเวลาวิกฤติอย่างแน่นอน ประเด็นที่กรรมาธิการพลังงานจะช่วยได้คือประสานไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงพลังงานให้เร่งทำการพิจารณาลดราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ NGV ให้ต่ำลง เพื่อให้ต้นทุนของผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง ขสมก. รถร่วม รถสองแถว รถแท็กซี่ มีต้นทุนเชื้อเพลิงที่ต่ำลง เพื่อความอยู่รอดในช่วงของการระบาดไวรัสโควิด-19”
นายชูศักดิ์ วงศ์สวัสดิ์ อดีตนักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการการพลังงาน ให้ความเห็นถึงแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง รถร่วม รถสองแถว และแท็กซี่ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ว่า ควรนำมาตรการเดิมที่เคยช่วยเหลือโดยการปรับลดราคาให้กับกลุ่มรถโดยสารแต่ละประเภทลดลง โดยวิธีการออกบัตรให้ สำหรับงบประมาณที่ใช้อาจขอความร่วมมือ ปตท.หรือใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และควรมีนโยบายให้ ปตท.ปรับสูตรโครงสร้างราคา NGV โดยนำส่วนที่กำไรออกหรือลดลง คงเหลือเพียงราคาต้นทุนก๊าซ บวกค่าดำเนินการเท่านั้น ซึ่งจะไม่กระทบต่อสถานะทางการเงินของ ปตท.ในช่วงที่โควิด-19 ระบาด