กรมทรัพยากรธรณี วอนนักท่องเที่ยวช่วยกันอนุรักษ์สุสานหอย 75 ล้านปี

ประชาสัมพันธ์5 เม.ย. 2564 • 17:54 น.
กรมทรัพยากรธรณี วอนนักท่องเที่ยวช่วยกันอนุรักษ์สุสานหอย 75 ล้านปี
กรมทรัพยากรธรณีเตรียมดึงชุมชนร่วมอนุรักษ์ ฟื้นฟู "สุสานหอย 75 ล้านปี" พร้อมเร่งพัฒนาการบริหารจัดการขึ้นแท่นเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านธรณีวิทยา ควบคู่สร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์แก่ชุมชนและนักท่องเที่ยว หลังพบสภาพที่ตั้งของแนวฟอลซิลเริ่มพังทลาย แตกหัก หวั่นหากไม่เร่งวางมาตรการป้องกัน ฟอสซิลเปลือกหอยอาจเสียหายมากขึ้น เมื่อวันที่ 5 เม.ย. นายมนตรี เหลืองอิงคะสุต รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวภายหลังนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดกระบี่เพื่อศึกษาดูงานด้านธรณีวิทยา ธรณีพิบัติภัย ซากดึกดำบรรพ์และธรรมชาติวิทยาว่า ปัจจุบันแหล่งอนุรักษ์ทางธรณี “สุสานหอย 75 ล้านปี” ซึ่งอยู่ ณ อุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี บ้านแหลมโพธิ์ ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ ได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งฟอสซิลในยุคโบราณเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย และใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่คุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ.2551 ถือเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติและหลักฐานทางโบราณคดีอย่างหนึ่งที่หาดูได้ยาก เกิดจากการสะสมตัวของตะกอน ดินเหนียวหรือดินเคลย์ (Clay) ตะกอนทรายและปูนในแอ่งสะสมตัวซึ่งอยู่บนบก เช่น ทะเลสาบ บึง หนอง แบ่งออกได้เป็นชั้นต่างๆ ตามชนิดของตะกอนจำนวน 8 ชั้น โดยมีลำดับชั้นตามอายุที่แก่กว่าไปหาอายุที่ อ่อนกว่าดังนี้ ชั้นหินเคลย์ ชั้นลิกไนต์หรือหินเคลย์เนื้อถ่าน ชั้นหินเคลย์เนื้อปูน ชั้นหินเคลย์ผุ ชั้นดินเคลย์มีแถบสี ชั้นดินลูกรัง ชั้นศิลาแลง และชั้นดินเคลย์ปนทราย ชั้นตะกอนทั้งหมดมีอายุอยู่ในยุคเทอร์เชียรี และยุคควอเทอร์นารี ตะกอนที่สะสมตัวในยุคเทอร์เชียรี "สิ่งที่น่าวิตกในขณะนี้ก็คือ ปัจจุบันนอกจากสภาพพื้นที่เริ่มทรุดโทรมแล้ว ยังพบว่าสภาพที่ตั้งของแนวฟอลซิลเริ่มพังทลายจุดเนื่องจากถูกน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง ทำให้แผ่นฟอสซิลแผ่นใหญ่ เริ่มแตกหักเสียหายอย่างรุนแรง หากไม่มีการวางมาตรการป้องกัน ฟอสซิลเปลือกหอยอาจเสียหายมากขึ้น" นายมนตรี กล่าวว่าถึงแนวทางในการพัฒนาสุสานหอยว่า กรมทรัพยากรธรณีเตรียมแผนยกระดับคุณค่าของแหล่งธรณีวิทยาแห่งนี้ด้วยการดึงชุมชนเข้ามามีส่วนรวมในการพัฒนา พร้อมประชาสัมพันธ์ในการสร้างจิตสำนึกเรื่องของการอนุรักษ์แก่ชุมชนและนักท่องเที่ยว ความน่าค้นหาของสุสานหอยคือความเป็นมาเป็นหอยน้ำจืดแต่อยู่ติดทะเล เพราะฉะนั้นในคุณค่าต้องบอกกล่าวด้วยการสร้างเรื่องราวความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ให้น่าสนใจขึ้นโดยผ่านข้อมูลทางด้านวิชาการหรือองค์ความรู้ทางด้านวิชาการในการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงของโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมต้องปรับปรุงการบริหารจัดการพื้นที่ให้ดีขึ้น เช่น จัดหาเจ้าหน้าที่มาคอยให้ความรู้แต่ละจุด ไม่ใช่ปล่อยให้นักท่องเที่ยวเดินลงไปเดินเยี่ยมชมเอง โดยแนวทางสำคัญคือ 1.ทำอย่างไรไม่ให้ชั้นหอยที่อยู่ติดกับทะเลมันพุพังไปหรือถูกทำลายโดยธรรมชาติและนักท่องเที่ยว ทั้งธรรมชาติและนักท่องเที่ยว จะทำอย่างไงให้ลดการพุพัง 2.วางแผนการบริหารจัดการอย่างไรเพื่อยกระดับให้เป็นแหล่งเรียนรู้ครบวงจรและควรสร้างคุณค่าในการศึกษาของนักเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ "นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ให้นโยบายกรมทรัพยากรธรณีให้มีการบูรณการความร่วมมือด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวธรณีวิทยาและด้านอื่นๆที่กรมรับผิดชอบร่วมกับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชว่าสามารถในเรื่องของการศึกษาเชื่อมโยงกับแหล่งธรรมชาติด้านอื่นๆได้อย่างไง รวมทั้งดึงชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ พัฒนา ฟื้นฟูและบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนของตนเองเพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถสร้างรายได้และเกิดเศรษฐกิจในชุมชนแบบยั่งยืนในอนาคต" นายมนตรี ยังกล่าวย้ำไปยังนักท่องเที่ยวว่า ขอให้ช่วยกันอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาและธรรมชาติ เมื่อเข้ามาในพื้นที่ควรปฏิบัติตามข้อปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ห้ามขีดเขียน ห้ามสัมผัส ก็อย่าสัมผัส โดยเฉพาะสุสานหอยพบว่าที่ผ่านมามีการเหยียบย่ำทำให้พื้นหินสึกกร่อนและหักพังได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามขอบด้านตะวันตกของชั้นหิน ซึ่งเป็นจุดที่ชั้นหินเนื้ออ่อนใต้ชั้นหินสุสานหอยถูกกัดเซาะจนเป็นโพรง นักท่องเที่ยวมักจะยืนบริเวณนี้ เพื่อถ่ายรูปและชะโงกดูหินด้านล่าง น้ำหนักที่กดทับลงไปบ่อย ๆ ทำให้ชั้นหินแตกหัก นอกจากนี้ในช่วงน้ำขึ้นประชาชนจะใช้เส้นทางเดินเรือผ่านพื้นที่สุสานหอยในระยะใกล้ คลื่นจากเรือที่วิ่งเข้ากระทบฝั่งจะปะทะกับชั้นหินสุสานหอย ทำให้เกิดการสึกกร่อนและแตกหัก การตัดต้นไม้บริเวณชายฝั่ง การนำดินและทรายบริเวณชายฝั่งไปใช้ประโยชน์ ล้วนมีผลทำให้การกัดเซาะชายฝั่งเกิดขึ้นได้ง่าย และมีผลกระทบต่อการพังทลายของชั้นสุสานหอย จึงต้องเร่งสร้างจิตสำนึกด้านการ