- โฆษณา -

IoT เทคโนโลยีบริหารจัดการร้านสะดวกซื้อเพื่อสิ่งแวดล้อมบนเวที APEC 2022 THAIALND

ประชาสัมพันธ์21 พ.ย. 2565 • 11:36 น.
IoT เทคโนโลยีบริหารจัดการร้านสะดวกซื้อเพื่อสิ่งแวดล้อมบนเวที APEC 2022 THAIALND

ปิดฉากลงไปแล้วสำหรับ การประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation: APEC) หรือเอเปค 2022 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 14 – 19 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

การกลับมาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคอีกครั้งในรอบ 19 ปีหนนี้ของไทยถือว่ามีความสำคัญยิ่ง เพราะนอกจาก 21 เขตเศรษฐกิจที่เป็นสมาชิกจะประกอบไปด้วยมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งมีประชากรรวมกันประมาณ 1 ใน 3 ของโลก หรือกว่า 2,900 ล้านคน มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) รวมกันกว่า 53 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเกินครึ่งของจีดีพีโลก และยังมีมูลค่าการค้ารวมกันเกือบครึ่งหนึ่งของการค้าโลกแล้ว เอเปค 2022 ยังเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้มาร่วมกันวางแนวทางปรับตัวและฟื้นฟูหลังการแพร่ระบาดของโควิด – 19

- โฆษณา -

 

 

เราได้เห็นการจัดการประชุมที่สมบูรณ์ครบถ้วนทั้งด้านเนื้อหาสาระ และการแสดงออกให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยผ่านการจัดงานในครั้งนี้ผ่านหลายๆ ส่วน ที่มาจากความร่วมมือของคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกผ่าน Soft Power ต่างๆ อย่าง อาหาร ศิลปวัฒนธรรม หรือน้ำจิตน้ำใจอันดีงามที่ถือเป็นเสน่ห์ของคนไทย

อีกด้านของภาคเอกชนไทย ถือเป็นการรวมตัวกันของธุรกิจชั้นนำของประเทศที่ตอบรับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมสร้างภาพลักษณ์ที่ดี อันจะนำมาซึ่งความประทับใจ และสร้างความเชื่อมั่น ด้วยการนำเอานวัตกรรม เทคโนโลยีต่างๆ มาร่วมอวดสายตาให้แขกที่มาร่วมการประชุมตลอดจนสื่อมวลชนจากทั่วสารทิศได้รับชม ซึ่งล้วนสอดคล้องกับ “โมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว” (Bio-Circular-Green Economy Model: BCG) ที่รัฐบาลใช้เป็นแนวคิดผลักดันการเป็นเจ้าภาพเอเปคในครั้งนี้

โมเดลเศรษฐกิจ BCG เป็นโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ที่นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปยกระดับความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนให้กับ 4 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curves) ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร อุตสาหกรรมพลังงานและวัสดุ อุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ

1 ใน 4 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่โดดเด่น และหลายคนอาจจะไม่เคยทราบว่าใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันของเรามาก ก็คือ “ร้านสะดวกซื้อ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาคการบริการ  

 

โดยใน APEC 2022 THAILAND “เซเว่น อีเลฟเว่น” โดย บมจ. ซีพี ออลล์ ได้นำเทคโนโลยีบริหารจัดการพลังงานในร้านมาร่วมจัดแสดงร่วมกับบริษัทในกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ ภายใต้แนวคิด “Making Today A Better Tomorrow”

ด้วยการใช้เทคโนโลยี “Internet of Things” หรือ “IoT” ผสมผสานกับ Machine Learning จะช่วยมอนิเตอร์ และควบคุมการใช้พลังงานในร้านเซเว่นฯ อย่างมีประสิทธิภาพ แบ่งออกเป็น

๐ Equipment Health Monitoring ได้แก่ การแสดงค่าประสิทธิภาพของอุปกรณ์ แสดงค่าอุณหภูมิมาตรฐาน และค่าอุณหภูมิจริงแบบ Real-time ของอุปกรณ์ในร้าน และแสดงการแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนที่อุปกรณ์จะไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

๐ Predictive Maintenance ได้แก่ การเตือนให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมงว่าอุปกรณ์จะเสียหาย เพื่อวางแผนบำรุงรักษาให้เหมาะสม หรือวางแผนเปลี่ยนอะไหล่ก่อนอุปกรณ์เกิดความเสียหาย

๐ Energy Management ได้แก่ การทราบการใช้พลังงานจริงของแต่ละอุปกรณ์ การควบคุมอัตราการใช้พลังของแต่ละอุปกรณ์ผ่านระบบ Machine Learning

นายวิเชียร จึงวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการ (ร่วม) บมจ.ซีพี ออลล์ กล่าวว่า ร้านเซเว่นฯ ที่กระจายอยู่ตามชุมชนถือเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ล้วนเป็นอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานมาก เช่น เครื่องปรับอากาศ ตู้แช่เย็น ซึ่งการนำ IoT เข้ามาช่วยติดตามความเคลื่อนไหวในการใช้พลังงานที่ร้านนอกจะเป็นการควบคุมมาตรฐานเรื่องอุณหภูมิที่เหมาะสมในการจัดเก็บอาหารไม่ให้มาก หรือน้อยเกินไปแล้ว สิ่งที่สำคัญคือตอบโจทย์ในเรื่องสิ่งแวดล้อม

นอกเหนือจาก IoT แล้วเซเว่น อีฟเลฟเว่น ยังถือเป็นร้านสะดวกซื้อเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่นำเสนอในการประชุมเอเปค 2022 จะเห็นว่า ทุกรายละเอียดของร้านถูกคิดอย่างรอบคอบมาตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้เครื่องปรับอากาศประหยัดไฟเบอร์ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในระบบอินเวอร์เตอร์ การเลือกใช้หลอด LED 12.5 วัตต์ 2,300 ลูเมนที่ประหยัดพลังงานกว่าหลอด LED ทั่วไป การติดตั้ง Solar Rooftop ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ การออกแบบร้านแบบยืดหยุ่น ตลอดจนนวัตกรรมสมอบกช่วยลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของธุรกิจที่อยู่ในภาคท่องเที่ยวและบริการที่เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของ Model เศรษฐกิจ BCG ซึ่งหลังโควิด -19 อุตสาหกรรมนี้จะเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ และการได้แสดงให้เห็นว่า ภาคเอกชนของไทยล้วนให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยเฉพาะประเด็นสิ่งแวดล้อมซึ่งถือเป็นวาระร่วมสำคัญของโลก จะทำให้ประเทศไทยยิ่งได้รับการยอมรับบนเวทีนานาชาติ