"ปิดทองหลังพระฯ" จับมือ "อำเภอเชียงของ" ขยายผลโครงการ สานต่อแนวพระราชดำริ มุ่งปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตและการเกษตร
"ปิดทองหลังพระฯ" จับมือ "อำเภอเชียงของ" ขยายผลโครงการ สานต่อแนวพระราชดำริ มุ่งปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตและการเกษตร นอภ. ชูประตู 6 บาน พัฒนาเกษตรอย่างยั่งยืน วางเป้าประชาชนรับประโยชน์กว่า 7,000 คน
เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายทัศนัย สุธาพจน์ นายอำเภอเชียงของ เปิดเผยว่า ขณะนี้ในพื้นที่หมู่ 6 บ้านกิวกาญจน์ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้ดำเนินโครงการแปลงต้นแบบสร้างทางเลือกการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยขยายผลมาจากโครงการของมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการประเมินโครงการดำเนินงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลริมโขงและหน่วยงานต่างๆ ได้มีความเห็นร่วมกันถึงความจำเป็นเร่งด่วน โดยการขยายผลจะยึดหลักยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา แนวทางพระราชดำริต่างๆ รวมถึงหลักการทรงงานของรัชกาลที่ 9 ทำให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่องค์กรภาคีต่างๆ เห็นถึงภาพองค์รวม เข้าใจการทำงานบูรณาการเชิงพื้นที่ ครอบคลุมถึงการฟื้นฟู อนุรักษ์ดินน้ำป่า วางแผนการใช้พื้นที่เพื่อประโยชน์ในการทำการเกษตรอย่างถูกวิธี สร้างรายได้เสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรพี่น้องประชาชน
สำหรับโครงการนี้ เป็นโครงการที่ทุกหน่วยงานตั้งใจทำเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตและการเกษตร โดยมีแนวคิดคือ “ประตู 6 บาน พัฒนาเกษตรอย่างยั่งยืน” โดยประตูบานที่ 1 คือ ที่ดิน ทางกรมป่าไม้ สำนักบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 เชียงราย เข้ามาวัดแปลงเนื้อที่บริเวณลุ่มน้ำ 3-4-5 ซึ่งแปลงต้นแบบ ประตูบานที่ 2 การพัฒนาระบบน้ำ เน้นการทำฝาย อ่างยางพารา เพื่อให้มีน้ำสำหรับทำการเกษตรและน้ำกินน้ำใช้ ได้รับการบูรณาการในหลายหน่วยงาน เช่น กรมชลประทาน การท่าเรือแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
สำหรับประตูบานที่ 3 การปรับเปลี่ยนวิธีการผลิต เน้นการทำเกษตรผสมผสานที่สามารถสร้างรายได้ตลอดทั้งปี ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวและสร้างพื้นที่ป่าให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งขณะนี้หมู่บ้านกิวกาญจน์เป็นหมู่บ้านขยายผลโครงการปิดทองหลังพระ ได้ร่วมในโครงการสร้างป่าสร้างรายได้กับกรมป่าไม้ ซึ่งเป็นโครงการของงบประมาณปี 2564 โดยพื้นที่ส่วนนี้เป็นแปลงต้นแบบทำให้มีมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) และใช้งบบูรณาการของอำเภอในการอมรมแก่ประชาชนล่วงหน้า เพราะในปี 2564 กรมป่าไม้จะเข้ามาดูแลเรื่องนี้เต็มตัวจึงอยากให้พี่น้องประชาชนในหมู่บ้านได้เรียนรู้ อีกทั้งจัดอบรมเรื่องการพัฒนาทางเลือกอย่างยั่งยืน เน้นประเด็นการสร้างป่าสร้างรายได้ อบรมเรื่องการเพาะเมล็ดพันธุ์ โดยมีอาจารย์จากมหาวิยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเข้ามาให้ความรู้ทางเทคนิค
ประตูบานที่ 4 การแปรรูปผลผลิต เช่น ต้นศุภโชค ต้นหิมพานต์ เป็นต้น สร้างแบรนด์ของพื้นที่ให้เป็นที่รู้จักและมีเอกลักษณ์ รวมถึงการจัดตั้งกลุ่มอื่นๆในส่วนตำบลริมโขง ด้านประตูบานที่ 5 การสร้างตลาด ส่งเสริมใน 3 รูปแบบคือ 1.ตลาดออนไลน์ อบรมชาวบ้านให้มีความรู้ได้อย่างแท้จริง 2.ตลาดหมู่บ้าน นำผลผลิตของแต่ละบ้านมาขายให้แก่กัน 3.ตลาดล้านเมือง ซึ่งเป็นตลาดในตัวเมืองเชียงราย ทั้งนี้ทางอำเภอได้นำประชาชนไปเรียนรู้งานที่โครงการหลวงห้วยแล้ง อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เรื่องการปลูกผักโรงเรือน จากนั้นชาวบ้านได้จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และประตูบานที่ 6 ด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยมุ่งหวังให้แปลงต้นแบบที่ทำจะเป็นแปลงสำหรับการเรียนรู้และการท่องเที่ยวเพื่อขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ
ด้านนายปิติธรรม ฐิติมนตรี ที่ปรึกษาสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ กล่าวว่า ในพื้นที่ดำเนินการนับว่าเป็นการบูรณาการร่วมกับทุกฝ่าย แต่สิ่งสำคัญคือทำให้การขับเคลื่อนเกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งหน่วยราชการต่างๆ จะเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนาประเทศ สืบสานแนวพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 ต่อเนื่องมายังรัชกาลที่ 10 สำหรับการขยายผลโครงการ ทางมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ จะมีส่วนร่วมในการดำเนินงานในฐานะที่เป็นคนทำงานด้วยกัน ต้องทำงานแบบบูรณาการ ช่วยกันทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกเหนือจากที่เราได้สร้างบ่อน้ำที่เป็นนวัตกรรมแล้วยังช่วยเหลือเรื่องการสร้างมูลค่าเพิ่มของยางพาราอีกด้วย เป็นการตอบโจทย์ปัญหาของพี่น้องประชาชนอีกด้วย
นางสาวศิริรัตน์ สันธิ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลริมโขง ระบุถึงรายละเอียดโครงการสร้างต้นแบบพัฒนาทางเลือกเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยจะดำเนินการผ่านการบริหารจัดการน้ำบนพื้นที่สูง ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรทั้งหมด เริ่มต้นด้วยการสร้างฝายต้นทุนน้ำด้วยดินซีเมนต์ ต่อท่อลงสระใหญ่ ทำด้วยเทคโนโลยีผ้าด้ายดิบเคลือบน้ำยางพารา กว้าง 13 ม. ยาว 23 ม. ลึก 4 ม. ต่อท่อสำหรับอ่างยาง 3 บ่อ ขนาด กว้าง 2 ม. ยาว 4 ม. ลึก 1 ม. จำนวน 3 บ่อ รวมถึงยังสามารถเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อใช้ในการบริโภคและสร้างรายได้ในครัวเรือน จากนั้นคือแปลงขั้นบันไดสำหรับการปลูกข้าวไร่หมุนเวียนและพืชระยะสั้น เสริมด้วยไม้ผลยืนต้น พืชสมุนไพรเพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชนและรักษาระบบสมดุลของระบบนิเวศน์
นอกจากนั้นยังมีการทำโรงเรือนและการปลูกพืชระยะสั้น ปลูกพืชตามความต้องการของพี่น้องเกษตรกรในหมู่บ้าน รวมถึงการปลูกพืชตามฤดูกาล ส่วนอ่างยางลำดับขั้นต่อมาใช้สำหรับการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อใช้ในการบริโภคและสร้างรายได้ในครัวเรือน และเสริมด้วย 2 กิจกรรม คือการใช้แผงโซลาร์เซลล์สำหรับแปลงโรงเรือนและพื้นที่ปลูกทั้งหมด เนื่องจากพื้นที่ส่วนนี้ไฟฟ้าไม่สามารถเข้าถึง และการใช้หัวเชื้อชีวภาพ ผลิตจุลินทรีย์จากหยวกกล้วยน้ำวา และการผลิตสารชีวภาพต่างๆ
ทั้งนี้ พื้นที่ตำบลริมโขงประกอบด้วย 10 หมู่บ้าน มีประชากรหลายชาติพันธุ์ เช่น ม้ง ลาหู่ อาข่า ไทยลื้อและคนพื้นเมือง รวมจำนวนประชากร 7,145 คน โดยอ.เชียงของ กำหนดให้ 3 หมู่บ้านเป็นหมู่บ้านนำร่อง ได้แก่ หมู่1 บ้านหาดบ้าย หมู่ 2 บ้านเมืองกาญจน์ และหมู่6 บ้านกิวกาญจน์